GBD : Mine Murder : L5
posted on 14 Oct 2006 12:04 by gbdetective in GBDตอนที่ 5
ธานีมองแผ่นศิลาประดิษฐ์ที่อยู่ในมือของตนพลางถอนใจด้วยความรู้สึกเหน็ดเหนื่อยไปก่อนที่จะลงมือทำอะไรเสียอีก เขาพาตัวเองมายืนอยู่ที่สวนหน้าบ้านของบ้านแร่กอบกิจ มองไปรอบ ๆ สวนที่ถูกแบ่งเป็นสองฟากด้วยถนนหินแกรนิตปาดเรียบที่ทอดยาวจากด้านหน้าสู่ตัวบ้าน
เป็นครั้งแรกที่เขาเข้ามาในคฤหาสน์แห่งนี้ ถึงแม้เขาจะเป็นคนในหมู่บ้าน แต่เขาก็ไม่เคยคิดที่จะย่างกรายเข้ามาในนี้ ได้แต่เพียงมองตัวเลขราคารับซื้อแร่ตรงกำแพงบ้านแร่กอบกิจเท่านั้น เหมือนกับชาวบ้านหลาย ๆ คน...เกือบจะทุกคนด้วยซ้ำที่ไม่มีโอกาสได้เข้ามาข้างในนี้
ทำไมนะ...ทำไมเขาถึงได้เข้ามา...ทำไมเขาถึงได้ถูกคัดเลือกจากแร่กอบกิจ เป็น 1 ใน 4 ของผู้ถูกคัดเลือกจากทั้งหมดร้อยกว่าคน ถ้าเหตุผลหนึ่งคือเขาเป็นคนในหมู่บ้านล่ะก็ นั่นก็อาจจะใช่ แต่อีกหลาย ๆ เหตุผลล่ะ มันคือะไรกัน
เพราะพินนราหรือเปล่านะ
การประชุมสิ้นสุดลงเมื่อ 15 นาทีก่อน หลังจากที่ออกมาจากห้องประชุมและถูกเชิญให้ไปรับประทานอาหารและของว่าง เขาซึ่งไม่อยากอยู่นานก็ขอตัวออกมาก่อนและมายืนอยู่ที่นี่ มองตรงไปที่ประตูที่เชื่อมระหว่างในและนอกบ้านแร่กอบกิจ ใจหนึ่งอยากจะอยู่ แต่อีกใจก็ไม่กล้าสู้ที่จะอยู่ต่อ เขาผู้ซึ่งต่ำต้อย บังอาจเหิมเกริมสมัครเข้ามาเป็นทายาทของแร่กอบกิจ มันจะมีทางเป็นไปได้หรือที่จะโชคดีชนะอีกครั้งหลังจากรอบร้อยกว่าคน
แต่เขาเข้ามาเพื่อแร่กอบกิจจริง ๆ ถึงแม้ว่าบุคคลอีก 3 คนจะดูเหนือกว่าเขาไปเสียทุกอย่าง แต่สิ่งที่เขาเหล่านั้นไม่มีก็คือความจงรักภักดีที่มีต่อแร่กอบกิจอย่างไม่เสื่อมคลาย และเขาเองก็สัมผัสได้ถึงแรงของความไม่ปรารถนาดีจากบุคคลทั้ง 3 ที่ห่อหุ้มทั่วร่างกายของพวกเขาเหล่านั้น ถ้าเขาจะฮึดสู้ เหตุผลไม่ใช่เพราะอยากชนะ แต่เพื่อไม่ให้แร่กอบกิจตกไปอยู่ในมือของผู้ไม่หวังดีต่างหาก
เขาสะดุ้งสุดตัว หลุดออกมาจากห้วงความคิดแล้วหันไปหาผู้ที่เอ่ยทักทายเขาทางด้านหลัง
เอ่อ ขอโทษที่รบกวนนะครับ คุณคงกำลังคิดอะไรเพลินอยู่แน่เลย
ไม่เป็นไรครับ ผมก็เป็นอย่างนี้เสมอ...คุณคือ
อ๋อ...ผมไอคิวครับเป็นเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยของพินนราครับ
เพื่อนสมัยเรียนงั้นหรือ...แล้วพินนราพาเขามาทำไมที่นี่ ณ เวลานี้
เหรอครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ คุณไอคิว
ผมทราบจากพินว่าคุณ เอ่อ คุณธานีเป็นคนในหมู่บ้านนี้หรือครับ
ใช่ครับ บ้านผมอยู่ไม่ไกลจากนี้หรอกครับ
ครับ ยินดีด้วยนะครับที่เป็นหนึ่งในสี่ของผู้ที่จะได้เป็นเจ้าสาวของพินนรา ไอคิวยิ้มกริ่ม พินนราน่ะ เธอน่ารักนะครับ ยังไงก็เอาใจช่วยให้สมหวัง
ธานีมองสีหน้าไอคิวที่ยิ้มอย่างไม่มีเลศนัยใด ๆ เป็นคุณสมบัติหนึ่งของเขาที่สามารถมองออกว่าใครจริงใจหรือไม่จริงใจจากใบหน้า
เรื่องนั้น...ผมไม่ได้คิดไปถึงขั้นนั้นหรอกครับ
อ้าวทำไมเป็นอย่างนั้นล่ะครับ ผมนึกว่าคุณอยากแต่งงานกับพินนราเพราะชอบเธอเสียอีก
ผมคงไม่อาจเอื้อมคิดไปถึงขั้นนั้นหรอกครับ คนอย่างผม..
ถ่อมตัวเกินแล้วล่ะครับ ในฐานะที่ผมเป็นเพื่อนพินนราและรู้จักเธอมาสี่ปีในมหาวิทยาลัย ผมกล้าพูดได้เลยว่าผู้หญิงอย่างพินนราไม่ได้มองผู้ชายที่หน้าตาและฐานะหรอกนะครับ ในทางกลับกันเธอมองผู้ชายที่จะมาเป็นคู่ชีวิตเธอที่ความรักและความซื่อสัตย์ที่มีต่อเธอต่างหาก
ความรักและความซื่อสัตย์เหรอ...ธานีมองเข้าไปในหัวใจตัวเอง... เขาเองก็มีพร้อม
งั้นหรือครับ ผมเองก็คิดอย่างนั้น คุณพินนราเป็นผู้หญิงที่ดีพร้อมทุกอย่าง
เพราะฉะนั้น อย่าเพิ่งท้อนะครับ
ขอบคุณครับ ธานีมองผู้มาทักทายอย่างไม่เข้าใจเจตนาที่เข้ามาพูดจาเป็นมิตรกับเขาแบบนี้ เพื่อแร่กอบกิจแล้วผมทำได้ทุกอย่างครับ
ทำได้ทุกอย่าง...ไอคิวยิ้มให้เขาอย่างเป็นมิตร แต่ในใจไตร่ตรองตัวตนของเขาจากคำพูดที่เพิ่งเอ่ยออกมา
ผมขอตัวดีกว่าครับ ความจริงตั้งใจจะออกไปตั้งนานแล้ว
เหรอครับ จริงสินะครับ ต้องรีบไปไขปริศนาศิลาประดิษฐ์นี่ครับ ไอคิวพูดเองหัวเราะเอง
ครับ.. ธานีมองศิลาประดิษฐ์อีกครั้ง กลอนบทหนึ่ง และแผนที่ จารึกอยู่ในนั้น
ไอคิวเหลือบมองกลอนบทนั้นและพยายามจดจำมันอย่างรวดเร็ว
ผมไปนะครับ ธานีอำลาเขาและเดินออกไปตามทางแกรนิตที่ทอดยาวไปสู่ประตูไม้สักหนักอึ้งที่มีคนรับใช้ยืนรอเปิดอยู่...
ไอคิวมองตามหลังเขาไป รู้สึกได้ถึงความจงรักภักดีอันเต็มเปี่ยมของเขาที่มีต่อแร่กอบกิจ จนทำให้เกิดความอยากรู้ขึ้นมาถึงสาเหตุของความจงรักภักดีนั้น เขาหยิบปากกาและสมุดบันทึกคู่ใจออกมาจากกระเป๋ากางเกงรีบจดบทกลอนที่ท่องอยู่ในใจ
เปรียบเหมืองดั่งปลายทั้งสองของคันศร
ง้างกำธรเพ่งศรสู่จุดหมาย
ขจัดสิ้นไพรไร่นาและเรือนราย
แต่ไม่วายต้องแตกหักเพราะเกาทัณฑ์
ไอคิวขมวดคิวอยู่เพียวครู่เดียวก็แยกเขี้ยวยิงฟันออกมา เขายิ้มร่าแล้วหันหันกลับเข้าไปในตัวบ้าน แต่บังเอิญชนกับกอบกิจจนเซด้วยกันทั้งคู่
ไอคิวสลัดปากกาและสมุดบันทึกทิ้งรีบประคองชายชราวัย 70 ปี
ขอโทษครับคุณปู่ ผมไม่ทันระวัง
ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร ดีใจอะไรหรือถึงได้วิ่งพรวดพราดมาชนฉัน
ไอคิวเกาหัวด้วยความรู้สึกผิด ก็ไม่มีอะไรหรอกครับ
กอบกิจเหลือบมองสมุดบันทึกบนพื้น เพราะสมุดบันทึกนี้รึเปล่าที่ทำให้เธอดีใจ
ก็...ครับ
กอบกิจทำท่าจะก้มลงเก็บ ไอคิวจึงเป็นฝ่ายก้มเก็บแทนและยื่นให้
นี่มันบทกลอนนี่นา เธอไปแอบอ่านจากใครมาหรือ
ไอคิวเกาหัวอีกครั้ง จากคุณธานีครับ เมื่อกี้
...อย่าบอกนะว่าเธอ..สามารถ กอบกิจตาเบิกโพลงด้วยความไม่เชื่อ
อ๋อ เปล่าหรอกครับ แค่รู้นิดเดียวเองครับ
เธอรู้อะไร กอบกิจเสียงเข้มขึ้นมาทันที
ไอคิวไม่กล้าพูดปดอีกต่อไป เอ่อ...ธนูน่ะครับ
ธนู...ทำไม
เขาควรจะเปลี่ยนเรื่อง เขายังไม่อยากบอกตอนนี้ เพราะเขาเองก็ไม่แน่ใจว่ามันจะถูกหรือเปล่า เอ่อ...ที่นี่...ที่นี่มีอะไรที่เกี่ยวกับธนูมั้ยครับ
กอบกิจชะงัก สายตากลอกไปมาพยายามนึก นั่นคงเป็น
ไอคิวเองก็รูสึกฉงน เขาพูดเพื่อเปลี่ยนเรื่องแต่กลับทำให้กอบกิจนึกอะไรขึ้นมาได้
รูปนั้นสินะ
กอบกิจหันหลังกลับเดินเข้าไปทันที เขาหยุดกึก แล้วหันศีรษะมามองไอคิวทีหนึ่ง คือการบอกให้ไอคิวเดินตามเขาไป
ไอคิวเดินตามกอบกิจไปจนถึงห้องนั่งเล่นส่วนซ้ายของบ้านที่กอบกิจชอบมานั่งอ่านหนังสือเป็นประจำ ผนังด้านหนึ่งมีรูปภาพที่ทำจากเยื่อไผ่สานกันแขวนห้อยลงมา เป็นรูปภาพลายเส้นแบบจีนโบราณที่ตวัดหมึกหนักเบาอ่อนช้อยด้วยหมึกดำจากปลาหมึก
รูปภาพนั้นแสดงการยิงธนูของนักธนู นักธนูผู้แกร่งวิชาง้างคันธนูสุดแรงเตรียมยิงศรพุ่งตรงไปที่ปีศาจร้ายที่มีหัวเป็นจระเข้
นี่แหละ ธนู...ลูกคนโตของฉันที่เสียไปซื้อมาติดไว้ที่ห้องโถงใหญ่ ฉันเป็นคนย้ายมันมาติดไว้ที่นี่
ไอคิวฉุกคิดในสิ่งที่กอบกิจพูด ลูกชายคนโต...ตามที่พินนราเล่าให้เขาฟังก็คงเป็นคุณลุงของเธอ ชื่อว่าภูมิน ซึ่งเป็นคนเดียวกับที่กอบกิจบอกว่าพบศพลอยตามน้ำมา ภูมินซื้อภาพนี้มาหรือ ซื้อมาทำไมกัน...
ใช่จริง ๆ ด้วย...ลูกชายของฉันคงซื้อมาเพื่อเตรียมการบอกใบ้ เธอนี่ฉลาดจริง ๆ กอบกิจหันมาทางไอคิวในคำพูดสุดท้าย
ขอบคุณครับ ไอคิวรู้สึกผิดที่ทำให้กอบกิจเชื่อไปเองว่าเป็นภาพ ๆ นี้
ช่วยฉันทีนะ เอามันลงมาที บางทีมันอาจจะมีอะไรซ่อนอยู่
ไอคิวต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อยับยั้งความคิดที่โลดแล่นไปไกลของกอบกิจในตอนนี้
เอ่อ...ตอนนี้เลยหรือครับ
ก็ใช่น่ะสิ จะตอนไหนล่ะ
แต่ว่า..มีคนสามคนที่แข่งขันกันเพื่อเป็นทายาทพักอยู่ในบ้านนี้ตอนนี้นะครับ
กอบกิจชะงัก ใบหน้าที่ยิ้มดีใจเลือนหายไป จริงสินะ ฉันควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของสี่คนนั่น ถึงจะรู้ก็ต้องไม่ปริปากและไม่แสดงอะไรให้เป็นการทำให้คนใดคนหนึ่งได้เปรียบเสียเปรียบ
ครับ..
อย่างน้อยฉันก็รู้ปริศนาที่ลูกชายของฉันทิ้งไว้ก่อนตายเปราะหนึ่ง เอาล่ะ คราวนี้ฉันเองคงต้องลองไขปริศนาของลูกชายฉันดูบ้างเหมือนกัน เธอชื่อไอคิวใช่มั้ย ทีแรกฉันก็ไม่เข้าหรอกนะว่าพินนราพาเธอมาทำไม แต่ตอนนี้ฉันพอจะเขาใจแล้ว เธอมาช่วยฉันนะ มาช่วยฉันไขปริศนาของลูกชายฉัน
อะไรนะครับ... กลายเป็นว่าไอคิวต้องตกกระไดพลอยโจน
ไม่ใช่แบบนี้ซะหน่อยนะ...คุณกอบกิจ คุณเข้าใจผิดแล้ว ที่พินนราขอร้องนั้นไม่ใช่เรื่องไขปริศนาอะไรนี่หรอก...
เธอกลัวว่าคุณจะตายต่างหาก...