GBD : Mine Murder : L6

posted on 14 Oct 2006 18:54 by gbdetective  in GBD

ตอนที่ 6
หลังจากที่นาวินจัดเก็บสัมภาระของเขาเอาไว้ในห้องรับรองชั้นสองของบ้านแร่กอบกิจที่คนรับใช้หญิงจัดเตรียมเอาไว้ให้แล้ว เขาตั้งใจจะเดินดูรอบ ๆ บ้านแร่กอบกิจ และออกไปเดินดูให้ทั่วทั้งหมู่บ้านแห่งนี้
เขาไม่ลืมที่จะหยิบเอาแผ่นศิลาประดิษฐ์ออกมาด้วย เดินไปพลางมองบทกลอนที่สลักเอาไว้
บทกลอนนี้ทำให้เขาอยากเห็นหน้าของลูกชายคนโตที่ตายไปของบ้านนี้ ว่าจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร จะบ่งบอกถึงลักษณะนิสัยได้ไหม ทำไมถึงชอบคิดค้นปริศนาทิ้งเอาไว้แบบนี้
เขาเดินมาเรื่อย ๆ รอบบ้านแร่กอบกิจ จนพบว่าด้านหลังของบ้านมีประตูเหล็กขอวกำแพงที่ทำหน้าที่เนรั้วบ้านของซึ่งเชื่อมออกสู่หมู่บ้านได้ แต่ว่าคงไม่ได้ใช้เป็นทางเข้าออกมานาน เพราะมีโซ่และกุญแจที่ขึ้นสนิมคล้องเอาไว้
ขึ้นสนิมแบบนี้ ต่อให้เอากุญแจมาไขก็คงไขไม่ได้อีกแล้ว
ในขณะที่เขากำลังจะเอื้อมมือไปจับแม่กุญแจที่คล้องโซ่เอาไว้ หยดน้ำก็ตกลงบนมือของเขา
เขาเงยหน้าขึ้นมาท้องฟ้า เม็ดฝนร่วงหล่นใส่หน้าฝากเขาอีกหนึ่งเม็ด
นี่คือฝนแรกของเขาในหมู่บ้านแร่กอบกิจ
และเป็นฝนแรกที่เป็นจุดเริ่มต้นอันน่าสยดสยองของเรื่องราวต่อจากนี้
ฝนตกลงแบบนี้ พวกเราคงไปไหนไม่ได้ เสียเวลาไปอีกหนึ่งวันแน่ ๆ เสียงหนึ่งดังอยู่ทางด้านหลังนาวิน
อ่อ คุณนี่เอง เอ่อ คุณ.. นาวินจำชื่อเขาไม่ได้
กันยศครับ เรียกสั้น ๆ ว่ากันก็ได้ครับ
ครับ คุณกัน นาวินยิ้มให้อย่างเป็นมิตร
ตรงนั้นมีประตูด้วยนี่ครับ คุณกำลังพยายามเปิดมันอยู่หรือครับ
นาวินเหลียวไปมองกุญแจที่ขึ้นสนิม เปล่าหรอกครับ แต่อยากลองให้แน่ใจว่ามันใช้ไม่ได้จริง ๆ
ผมว่าเราเข้าบ้านกันดีกว่านะครับ ฝนคงตกหนักขึ้น ได้ยินว่าที่นี่ชื่อหมู่บ้านสายฟ้า เพราะมีชื่อเสียงเรื่องฝนตกฟ้าผ่าด้วย น่ากลัวนะครับ
ครับ แถวนี้ฝนตกบ่อยมาก ที่ที่ผมอยู่ก็ฝนตกบ่อยเหมือนกัน นาวินเดินเคียงกันยศไปทางด้านหน้าบ้าน
คุณเอามันมาด้วยหรือครับ เริ่มต้นวันนี้เลยหรือครับ
นาวินมองศิลาประดิษฐ์ในมือ อ่อ คิดว่าจะออกไปสำรวจแถวนี้นะครับ ก็เลยติดตัวไว้เผื่อคิดอะไรได้บ้าง
ของผมอยู่ในห้องครับ แต่ผมก็อ่านบทกลอนนั่นแล้ว คงเป็นเรื่องของภูมิศาสตร์แถวนี้ล่ะมั้งครับ ถ้าให้เดา
ภูมิศาสตร์เหรอครับ
ครับ คิดว่าคงตรงกันน่ะครับ ความคิดของลูกชายคนโตของบ้านแร่กอบกิจกับนักธรณีวิทยาอย่างผม ถ้าอยากจะตั้งปริศนาอะไรสักอย่าง ก็คงต้องให้เกี่ยวข้องกับที่ตั้งและภูมิศาสตร์ที่จะชี้นำไปหาเหมืองที่เขาค้นพบ
นั่นสินะครับ จริงอย่างที่คุณพูด ผมเองก็ไม่ได้คิดอะไรมากมาย
พอนาวินและกันยศเดินหลบเข้ามาตรงลานจอดรถด้านหน้า ฝนเม็ดใหญ่ก็ตกลงมาไม่หยุดหย่อน
ว่าแต่... กันยศเอ่ยขึ้นพลางลูบไล้แขนที่เปียก ทำไมคุณถึงมาเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ละครับ
การแข่งขันหรือครับ คุณพูดเหมือนแข่งกีฬากันเลย
ครับ ก็เพราะว่ามันมีแพ้ชนะ ก็ถือว่าเป็นการแข่งขันรูปแบบหนึ่ง กันยศยิ้มเล็กน้อย ภาษาพูดผมออกจะคล้ายภาษาอังกฤษนะครับ ผมอยู่อังกฤษช่วงปริญญาตรี อย่าถือสานะครับ
นาวินหัวเราะนิดหนึ่ง ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย
ว่าไงครับ..คุณมาแข่งขันทำไม
นาวินคลายยิ้มจากการหัวเราะลง ก็คงไม่พ้นเรื่องเงินน่ะครับ ผมดูแลโรงเรียนแห่งหนึ่งอยู่ ค่าใช้จ่ายอะไรต่าง ๆ ก็ค่อนข้างมาก ถึงจะรับงานพิเศษอย่างไรก็ยังไม่พอ เคยไปอาศัยอยุ่ที่เกาะนายอินใกล้ ๆ หมู่บ้านนี้สักพัก แต่ก็ต้องกลับออกมา เพราะจะนั้นก็เลยคิดว่า น่าจะลองมาดู น่าจะลองทำเหมืองแร่ดูบ้าง จะได้เอาไปช่วยเหลือโรงเรียนได้ด้วย
เคยไปเกาะนายอินด้วยงั้นหรือครับ ผมก็เคยไปเที่ยวครับ ไม่ใช่เที่ยวเปล่า ๆ แถมยังได้เงินใช้อีกด้วย
ได้เงินใช้หรือครับ นาวินมองเขา แฝงความเคลือบแคลงสงสัย
อ๋อ เปล่าหรอกครับ ไม่มีอะไร ก็แค่ไปรับจ็อบพิเศษหาเงินระหว่างเที่ยว ว่าแต่..เหตุผลของคุณทำให้เหตุผลของผมดูแย่เลย เพราะผมแค่อยากมาลองวิชาท่านั้นล่ะครับ สำหรับนักธรณีวิทยา นี่ถือเป็นเรื่องท้าทาย และสำหรับผม นี่ถือเป็นการฝึกภาคสนามเป็นครั้งแรกหลังจากเรียนจบ
ครั้งแรกหรือครับ
ผมเป็นโรคน่ะครับ โรคที่ไม่สามารถทำอะไรที่ออกกำลังจัดไม่ได้ ถูกแสงแดดได้ไม่นาน เป็นโรคที่มีเม็ดเลือดขาวมากกว่าเม็ดเลือดแดง
โลหิตจางน่ะหรือครับ
ทำนองนั้นครับ เพราะฉะนั้นผมจึงทำงานในห้องปฏิบัติการตลอด ไม่มีโอกาสได้ออกภาคสนามอย่างที่ต้องการ
ถ้าอย่างนั้น คุณก็ไม่สนใจเงื่อนไขที่คุณกอบกิจเสนอมาเลยหรือครับ
กันยศเงียบไปครู่หนึ่ง มันก็ไม่เชิงนะครับ ถ้าผมชนะจริง ๆ ก็คงต้องเป็นไปตามเงื่อนไข บางทีชิวิตในชนบทแบบนี้ผมอาจจะชอบก็ได้ แล้วคุณล่ะครับ ถ้าคุณชนะ
ผมเหรอครับ...ไม่รู้สิครับ ผมสงสารเธอคนนั้น หลานสาวของคุณกอบกิจ ต้องมาแต่งงานที่ขึ้นกับการแข่งขันอย่างที่คุณบอก แลวก็เพื่อนชายคนนั้น คงเป็นคนรักกัน
จู่สายฟ้าก็ฟาดลงมาบนยอดไม้ของต้นไม้สูงต้นหนึ่งหน้าบ้านที่เป็นสวนขนาดเล็ก เสียงดังสนั่นหวั่นไหว
นาวินและกันยศนิ่งอึ้งมองดูประกายไฟที่กำลังก่อตัวเป็นเพลิงบนยอดไม้แต่ไม่สำเร็จเพราะถูกความเย็นของน้ำฝนช่วยดับ คนรับใช้หญิงโผล่ออกมาตรงประตูหน้าบ้าน สอดส่ายสายตามองหาจุดที่สายฟ้าฟาด แต่แล้วก็เห็นนาวินกับกันยศยืนหลบฝนอยู่ในโรงรถ คนรับใช้หญิงเอามือป้องปากด้วยความตกใจก่อนที่จะผลุบหายเข้าไป
เธอคงจะตกใจที่เห็นเรายืนสู้ฟ้าผ่า นาวินพูดติดตลก
ไม่น่าเชื่อว่าฟ้าผ่ารุนแรงใกล้ตัวขนาดนี้ ขนลุกเลยครับ กันยศลูบแขนไปมา
คนรับใช้หญิงโผล่มาอีกครั้งพร้อมกับร่มไม้สามคัน คันหนึ่งกางให้ตัวเองแล้วรีบวิ่งมาทางโรงรถ
คุณสองคน รีบเข้าบ้านเถอะคะ ที่นี่ฟ้าผ่าอันตรายมากนะคะ
ก็แค่ฟ้าผ่าน่ะครับ ปรากฏการณ์ธรรมชาติธรรมดา คุณป้าไม่ต้องห่วงหรอกครับ ผมเองก็คุ้นเคยกับฝนแบบนี้ครับ นาวินเอ่ยเมื่อเห็นสีหน้าตื่นตระหนกเกินจริงของคนรับใช้หญิง
คนรับใช้หญิงถอนใจ ยื่นร่มให้คนละคัน แต่ฟ้าผ่าที่นี่ไม่เหมือนที่อื่นนะคะ มันอันตรายและรุนแรงกว่ามาก...มันฆ่าคนตายได้นะคะ
กันยศมองหน้าคนรับใช้หญิงอย่างไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เธอพูด เคยมีคนตายงั้นหรือครับ
ยิ่งกว่ามีอีกค่ะ ที่นี่นะ ตายเพราะฟ้าผ่ากันเป็นว่าเล่น... เธอเอ่ย...

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet