GBD : Mine Murder : L11

posted on 27 Oct 2006 19:06 by gbdetective  in GBD
ตอนที่ 11
เสียงฟ้าผ่าดังสนั่นหวั่นไหว กอบกิจ ไอคิวและภัทรนรินสะดุ้งสุดตัว
จู่ ๆ ฝนก็ตกลงมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุยอีกครั้ง คราวนี้มีลมพัดรุนแรงกว่าเมื่อตอนเช้า...
ไอคิวเชื่อแล้วว่าทำไมหมู่บ้านนี้ถึงเรียกว่าหมู่บ้านสายฟ้า ไม่รู้ว่าผู้คนที่นี่อยู่กันได้อย่างไร ต้องคอยระแวงว่าเมื่อไหร่ฝนจะตก เมื่อไหร่ควรออกจากบ้านและควรกลับก่อนฝนตกยังไง เขานึกไปถึงพินัยที่ออกไปจากบ้านแร่กอบกิจ และยังไม่มีวี่แววว่าจะกลับเข้ามา ถ้าพินัยไปหาเหมืองแห่งใหม่ล่ะก็...ถ้าเขารู้เหมือนที่ไอคิวและภัทรนรินรู้...เขาคงจะต้องอยู่ที่นั่น...
แล้วอีกคนล่ะ..คนที่ถือร่มตามออกไป...กลับมาแล้วหรือยังไม่กลับเข้ามา
ถ้าเขาเป็นเจ้าบ้านล่ะก็..คงไปเคาะประตูตามห้องต่าง ๆ เพื่อตรวจดูว่ามีใครบ้างที่ไม่อยู่ตอนนี้
มันอยู่ที่ไหน กอบกิจได้สติกลับมาหลังจากที่เสียงฟ้าผ่าทำให้ใจเตลิดและหูอื้อไปหมด เขาถามหลานชายอย่างใคร่รู้
ขอยืมศิลาประดิษฐ์หน่อยสิครับ ภัทรนรินเห็นศิลาประดิษฐ์ที่อยู่ในมือไอคิวตั้งแต่ที่เดินเข้ามา
ไอคิวยื่นให้ เลิกคิดฟุ้งซ่านเรื่องพินัยกับคนถือร่ม หันมาสนใจคำอธิบายของภัทรนริน
เปรียบเหมืองดั่งปลายทั้งสองของคันศร
ง้างกำธรเพ่งศรสู่จุดหมาย
ขจัดสิ้นไพรไร่นาและเรือนราย
แต่ไม่วายต้องแตกหักเพราะเกาทัณฑ์
ภัทรนรินอ่านทวนเพื่อย้ำความคิดของตนเองก่อนที่จะอธิบายให้ผู้เป็นปู่ได้ฟัง
เปรียบเหมือนดั่งปลายทั้งสองของคันศร ประโยคนี้คุณลุงภูมินคงตั้งใจที่จะเปรียบเทียบกับสิ่ง ๆ หนึ่งที่เหมือนคันธนู ซึ่งละไว้ในฐานที่เข้าใจ หากเป็นคนที่คุ้นเคยกับบ้านแร่กอบกิจย่อมที่จะเดาออกว่ามันเป็นอะไร
อะไรล่ะ กอบกิจเป็นยิ่งกว่าคนคุ้นเคย แต่ก็นึกไม่ออก
เดี๋ยวก่อนสิครับ มาดูประโยคที่สอง..ง้างกำธรเพ่งศรสู่จุดหมาย ถ้าเอาลูกศรมาแล้วง้างออกให้ตึงสุดแรงไปยังจุดหมาย..ขจัดสิ้นไพร่ไร่นาและเรือนราย..เมื่อง้างศรออกไปสุดแรงแล้วก็จะทะลุทะลวง แม้แต่มีบ้านเรือนไร่นาหรือต้นไม้ขวางกั้น ก็ให้เปรียบเสมือนไม่มีอยู่ในวิถีศร แต่ไม่วายต้องแตกหักเพราะเกาทัณฑ์ ก็คือศรนั้นจะต้องแตกหักหยุดลงที่ตรงคันธนูอีกอันหนึ่ง ซึ่งก็คือเป้าหมายนั่นเอง
เป้าหมาย..จุดเริ่มต้นคือคันธนู จุดสุดท้ายก็คือคันธนูงั้นหรือ
ใช่ครับ ภัทรนรินตอบอย่างมั่นใจ
ฟ้าแลบขึ้นที่นอกหน้าต่างของห้องนั่งเล่น ตามมาด้วยเสียงฟ้าร้องแทรกเข้ามากับเสียงฝนตก กอบกิจยังคงยืนนิ่งไตร่ตรองสิ่งที่หลานชายพูด แล้วไอ้คันธนูมันคืออะไรล่ะ ลูกฉันต้องการเปรียบเทียบกับอะไร
คำตอบของคำถามนี้ มันอยู่ที่ห้องรับแขกแล้วล่ะครับ ภัทรนรินตอบ สีหน้ายิ้มกริ่มพึงพอใจที่ได้เห็นผู้เป็นปู่งุนงง
ห้องรับแขกอย่างนั้นหรือ
กอบกิจเดินกึ่งวิ่งออกจากห้องตรงไปยังห้องรับแขกทันที ภัทรนรินและไอคิวตามมาติด ๆ ภัทรนรินยิ้มให้ไอคิวแล้วเอ่ยอย่างมีความสุข
ฮะ ๆ ตลกดีนะครับ คุณปู่ถึงกับแข็งแรงเดินเร็วขึ้นมาเลย
เก่งมากนะ สามารถไขปริศนาออกด้วย ไอคิวชมอย่างจริงใจ
ก็ไม่มีอะไรนี่ครับ แค่มองมองแว่บเดียวก็รู้แล้ว แล้วบังเอิญภัทรชอบวิ่งเล่นรอบบ้านก็เลยพอมองออกน่ะครับ
ไหน...ไหน อยู่ไหน ภัทร กอบกิจร้องเรียก
ภัทรนรินและไอคิวเดินเข้ามาในห้องรับแขก
อะไร โซฟา โต๊ะ ตู้ โทรทัศน์ รูปภาพ เรือโมเดล หน้าไม้ กอบกิจหยุดชะงัก หน้าไม้เหรอ หน้าไม้นี่ใช่มั้ย เขาชี้ไปที่หน้าไม้ที่ประดับไว้ที่ผนังด้านหนึ่งเหนือโทรทัศน์
ไม่ใช่หรอกครับ แต่ว่าเป็นกรอบรูปนี่ต่างหาก ภัทรนรินวางมือลงบนกรอบรูปที่ติดอยู่ตรงส่วนที่เป็นเสาของบ้านที่ยื่นออกมาจากผนัง ใกล้กับประตูห้อง
คิ้วของกอบกิจขมวดเข้าหากัน เดินใกล้เข้ามามองกรอบรูปที่ภัทรนรินว่า
แปลนบ้านนี่นะเหรอ
กรอบรูปนั้นคือแปลนบ้านขนาดย่อส่วน อัตราส่วน1 เซนติเมตร : 100 ตารางเมตร แปลนบ้านนี้ถูกเขียนและออกแบบโดยภูมินลูกชายคนโตของกอบกิจผู้คิดปริศนานี้ขึ้นมา
โครงสร้างบ้านแร่กอบกิจเมื่อมองจากมุมสูงแล้วจะคล้ายบูมเมอแรงหรือก็คือคันธนูที่คุณลุงภูมินจินตนาการ
ใช่จริง ๆ ด้วย กอบกิจถึงกับอ้าปากค้าง ของใกล้ตัวแท้ ๆ
เพราะฉะนั้นบาทแรกของกลอนปริศนาก็หมายถึงบ้านแร่กอบกิจนี่แหละครับ
ไอคิวมองสีหน้าของกอบกิจที่ค่อย ๆ เผยรอยยิ้มกว้างทีละน้อย กอบกิจคงจะเข้าใจความหมายของปริศนาทั้งหมดแล้ว
ถ้าจินตนาการว่าบ้านเป็นคันธนู กอบกิจเอ่ยด้วยแววตาเบิกบานใจ แล้วเอาลูกศรพาดลงบนบ้านชี้ไปทางหน้าบ้าน ดึงลูกศรให้สุด ให้ลูกศรพุ่งตรงออกไป เขาหันมาหาไอคิวและภัทรนริน
ความกระชุ่มกระชวยของกอบกิจพลอยทำให้ไอคิวกระตือรือร้นตามไปด้วย
ไปกันเถอะ...ไปตามลูกศรกัน กอบกิจไม่รอช้าเดินนำออกจากห้องรับแขกออกมาเปิดประตูหน้าบ้าน ลมแรงพัดเข้ามาในทันทีพร้อมกับหอบเอาเม็ดฝนเข้ามาด้วย กอบกิจรีบปิดประตูทันควัน
ฝนตกลมแรงแบบนี้คงออกไปไม่ได้หรอกครับ
กอบกิจคว้าศิลาประดิษฐ์มาจากมือของภัทรนริน ภัทรรู้ตั้งแต่เมื่อไหร่
หลังจากประชุมน่ะครับ ลองคิดเล่น ๆ ดู
งั้นหรือ กอบกิจรู้สึกเสียดายเวลาที่ผ่านมาจริง ๆ ปู่น่าจะให้เธอได้ดูก่อนหน้านี้ เขามองศิลาประดิษฐ์ พี่สาวเธอคงไม่ต้องแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักแบบนี้
แต่เราก็ไขได้แล้วนี่ครับ ก็ถือว่าเป็นโมฆะไม่ได้หรือ
กอบกิจหน้าถอดสีลงทันที คงไม่ได้หรอกนะ ยังไงก็ต้องหาคนมาบริหารเหมืองน่ะ ในเมื่อคนของเราไม่มี..
แล้วถ้าเป็นภัทรล่ะครับ ภัทรนรินเอ่ยเสียงหนักแน่น
กอบกิจและไอคิวมองภัทรนริน ไม่คิดว่าเขาจะกล้าเอ่ยออกมา
ถึงแม้ว่าภัทรจะไม่เป็นเชื้อสายของคุณปู่ แต่ภัทรก็ไม่เคยคิดเป็นอย่างอื่น ภัทรรักคุณปู่และทุกคนเหมือนเป็นญาติแท้ ๆ นะครับ
น้ำตาของกอบกิจเอ่อล้นขึ้นมาทันที ปู่เข้าใจดี...ว่าหลานคิดยังไง แต่ว่าลองคิดดูสิ มันจะเกิดความโกลาหลสักแค่ไหน ทุกคนในบ้านจะมองภัทรยังไง
ภัทรนรินเห็นด้วยกับสิ่งที่ปู่ของเขาบอก นั่นสินะครับ
แล้วการที่เอาคนนอกแต่งเข้าบ้าน มันไม่เกิดความโกลาหลหรือครับ ไอคิวเอ่ยขึ้นอย่างอดรนทนไม่ไหว ถ้าเทียบกันแล้วความโกลาหลก็มีเท่า ๆ กัน
กอบกิจถอนหายใจ จริงอยู่ความโกลาหลเกิดขึ้นพอ ๆ กัน แต่ทั้งสี่คนนั้นก็มีภาษีมากกว่าภัทรเยอะแยะ ภัทรเป็นแค่เด็กอายุเพียงสิบห้าปี ภัทรเรียนแค่ชั้นมัธยม ภัทรไม่มีประสบการณ์อะไรเลยนะถ้าเทียบกันสี่คนนั้น
ภัทรนรินหลบสายตาปู่อย่างจงใจ ผมไม่มีคุณสมบัติจริง ๆ นั่นแหละครับ
ไม่ต้องห่วงหรอกภัทร ยังไงปู่ก็มีทางออกสำหรับเรื่องนี้ เราต้องทำให้กิจการเหมืองแร่ของเราฟื้นตัวขึ้นมาก่อน ปู่ไม่ทิ้งภัทรหรอกน่า
ภัทรนรินก้มหน้านิ่ง
อย่าเพิ่งคิดเรื่องนี้กันเลยครับ เมื่อครู่เรายังดีใจที่ไขปริศนาได้อยู่เลย ไอคิวตัดบท
เมื่อไหร่ฝนจะหยุดตกซะทีนะ กอบกิจมองออกไปนอกประตูที่ส่วนบนเป็นกระจกฝ้า
คนที่ไขปริศนาได้คนนั้นก็ชนะใช่มั้ยครับ ภัทรนรินเอ่ยขึ้น ดวงตาแดงก่ำดวยความโกรธ
เป็นอะไรไปภัทร อย่าเพิ่งโกรธปู่สิ ปู่แค่..
ภัทรจะแต่งงานกับพี่พิน ภัทรเป็นผู้ชนะ ภัทรต้องได้แต่งงานกับพี่พิน
กอบกิจนิ่งอึ้งพูดไม่ออก ไอคิวเองก็ตกใจไม่แพ้กัน...

edit @ 2006/10/30 18:45:32

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet