GBD : Mine Murder : L14

posted on 19 Nov 2006 17:15 by gbdetective  in GBD

ตอนที่ 14
ร่างของพินัย พิพัฒน์ไพศาลในชุดเสื้อสีเหลืองกางเกงสีดำนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นดินที่เปียกชุ่ม รองเท้าหนังของเขามีดินเปื้อนเต็มไปหมด มีรอยครูดเป็นทางจากเท้าเป็นเส้นคดเคี้ยวเล็กน้อยออกไปทางเดียวกับที่ทั้งสามเดินเข้ามา
ไอคิวเพิ่งสังเกตเห็นเดี๋ยวนั้นเองว่ามีรอยลากอยู่บนพื้นดินใกล้ ๆ กับเส้นทางเดินที่เขาเพิ่งผ่าน แต่ดูเหมือนรอยลากนั้นจะจางหายไปมากเพราะน้ำฝนที่ค้างอยู่บนใบไม้ร่วงหล่นลงมาชะล้าง
“ว่าไงนะ พินัยเรอะ” กอบกิจแทบจะควบคุมสติไม่อยู่ “พินัยตายรึ”
“ครับ” ไอคิวตอบอย่างหดหู่ มองรอยช้ำดำคล้ำที่มือข้างซ้ายของศพ
“ใครกัน” กอบกิจตะโกน “ใครฆ่า” เขาหวนนึกถึงคำพูดของไอคิวที่เคยบอกเขาเรื่องที่มีคนคิดอยากจะฆ่าเขา “เป็นจริงหรือนี่ ที่เธอพูดมันเป็นจริงหรือ”
“อะไรครับ” ไอคิวงุนงง ตอนนี้เขาลืมทุกสิ่งทุกอย่าง
“ฉันไง ที่บอกว่าฉันจะโดนฆ่าน่ะ”
ไอคิวเบิกตาโพลงด้วยความตื่นตระหนก จริงสิ..เขาลืมไปเสียสนิท
“แต่ไม่นึกว่า จะมีคนนอกต้องมารับเคราะห์ไปก่อน หรือว่านี่เป็นเรืองเหมืองแร่กันแน่” กอบกิจไม่ได้มองตรงมายังไอคิว แต่สายตาเหม่อลอยเหนือศีรษะไอคิวขึ้น เหมือนเขาจะพูดกับตัวเองมากกว่าที่จะบอกไอคิว
ภัทรนรินค่อย ๆ ก้าวออกมาจากด้านหลังของกอบกิจ พยายามเพ่งมองศพด้วยความอยากรู้
“แล้ว...พี่ธานีล่ะครับ ไปไหน” ภัทรนรินเอ่ยขึ้น จุดประกายให้ไอคิวฉุกคิด
“นั่นสิ..ธานีต้องมาทางนี้นี่นา หรือว่าธานีจะเป็น..” กอบกิจมองหลานชาย
“ไม่นะครับ พี่ธานีไม่ใช่คนแบบนั้นซะหน่อย” ภัทรนรินส่ายหน้า พยายามบอกตัวเอง
ไอคิวเหลียวมองรอบกาย ธานีเป็นคนฆ่างั้นหรือ..ทำไมล่ะ มีเหตุผลอะไร ถ้าเรื่องการไขปริศนาเหมืองแร่ล่ะก็ ยังไงเขาก็เป็นต่ออยู่แล้วไม่ใช่หรือ หรือว่าไม่ใช่ หรือเพราะเขาแอบเห็นพินัยเดินมาทางป่านี้ ก็เลยตามมางั้นหรือ...ระหว่างที่เขายกเหตุผลสารพัน เขาก็เหลือบไปมองร่มที่ใช้แทนไม้เท้าของกอบกิจ เขาเผลอร้องออกมาเพราะคิดอะไรออกบางอย่าง และมองร่มของตัวเอง
คนที่ถือร่มออกไปตอนนั้น เป็นคนฆ่า...
ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีทางเป็นธานีได้เลยน่ะสิ เพราะว่าเขาออกจากบ้านแร่กอบกิจไปก่อนที่ไอคิวจะเห็นพินัยแอบออกมาทางประตูเหล็กของกำแพงด้านหลังบ้าน
ยังไงกันแน่ หรือว่าธานีแสร้งเดินกลับออกไป แต่จริง ๆ แล้วแอบกลับเข้ามากลายเป็นคนถือร่มที่ไอคิวเห็น ไม่สิ..จะกลับเข้ามาทางไหนได้ล่ะ ถ้าเข้าทางหน้าบ้านก็ต้องมีคนเห็น ถ้าเข้าทางหลังบ้านก็ไม่มีทางเข้าได้เพราะถูกล็อกด้วยกุญแจ..พินัยเองที่เป็นคนไขมันออกเป็นคนแรก
“เรารีบออกไปกันเถอะครับ” ภัทรนรินกล่าวตะกุกตะกัก “แจ้งตำรวจ”
ไอคิวมัวแต่คิดวิเคราะห์ จนลืมไปว่าพวกเขาสามคนอยู่ในฐานะผู้พบศพ ซึ่งต้องแจ้งตำรวจ
มีเสียงเดินมาจากทางด้านหลังของกอบกิจและภัทรนริน
“ผมแจ้งแล้วล่ะครับ”
ทั้งสามหันกลับไปทางต้นเสียงด้วยความตระหนกตกใจ
ธานียืนอยู่เบื้องทุกคนห่างออกไป 5 เมตร
“ธานี เธอบอกฉันสิ ว่าเธอไม่ได้ฆ่าพินัย” กอบกิจกล่าวด้วยความโมโห และรู้สึกผิดหวังในตัวธานี
ธานีรู้สึกอึ้งเล็กน้อยที่กอบกิจคิดแบบนั้น “เปล่านะครับ ผมไม่ได้ฆ่า ผมเดินมาในป่านี้ ก็เห็นเขานอนอยู่ตรงนั้นแล้ว”
“งั้นใครล่ะ ใครฆ่าเขา เธออยู่ที่บ้านตลอดไม่ใช่รึ เธอเห็นเขาเดินผ่านบ้านเธอมาบ้างหรือเปล่า”
“ผมเห็นแค่คุณพินัยคนเดียวครับ ตอนนั้นฝนตก ผมไม่ได้สนใจบรรยากาศนอกบ้านครับ”
กอบกิจมองหน้าธานี ธานีคงไม่พูดโกหกหรอก เพราะธานีโกหกไม่เป็น ขึ้นเขาโกหกก็จะต้องมีพิรุธและถูกจับได้
“ว่าแต่” ธานีมองคนทั้งสาม “ทำไมถึงคิดว่านี่เป็นการฆ่ากันตายล่ะครับ”
ไอคิวหันขวับมาทางธานีทันที
“รอยไหม้บนมือของคุณพินัย มันบ่งบอกว่าเขาโดนฝ้าผ่านะครับ” ธานีมองไอคิว
คราวนี้กอบกิจรีบก้าวเดินไปมองศพของพินัยใกล้ ๆ เห็นด้วยกับที่ธานีพูด
“เขาสวมแหวนวงหนึ่งซึ่งอาจจะเป็นตัวนำฟ้าผ่าได้เป็นอย่างดี”
ไอคิวพิจารณาสิ่งธานีพูดอยู่ในหัว เขาพูดถูกทุกอย่าง พินัยคงโดนฟ้าผ่าตอนที่ฝนตกหนักในป่าแห่งนี้
ไม่สิ...ไม่น่าจะใช่ ถ้าเป็นในป่าที่มีต้นไม้ใหญ่ปกคลุมแบบนี้ ถึงพินัยจะมีแหวนล่อฟ้าผ่า แต่ต้นไม้ก็น่าจะรับไว้ก่อนหรือไม่ก็ช่วยผ่อนหนักเป็นเบาได้บ้าง
เรื่องนี้พิสูจน์ไม่ได้หรอกในตอนนี้ ว่าระหว่างที่โล่งแจ้งกับในป่า ประสิทธิภาพในการเหนี่ยวนำให้ฟ้าผ่านั้นแตกต่างกันมากน้อยเพียงใด
“คุณกอบกิจครับ” ไอคิวเอ่ยขึ้น แต่สายตายังจับจ้องใบหน้าของพินัยที่แทบดูไม่ได้ ช็อคทันทีหลังจากโดนฟ้าผ่า ดวงตาเบิกโพลง อ้าปากค้างแหยเก “ที่หมู่บ้านนี้ เคยมีประวัติว่ามีคนถูกฟ้าผ่าในป่าแห่งนี้บ้างหรือป่าวครับ”
กอบกิจครุ่นคิด เท่าที่เขาจำได้นั้น ส่วนมากมักจะพบศพคนที่โดนฟ้าผ่าตามเหมืองแร่ ซึ่งเป็นที่โล่งแจ้ง “ไม่น่าจะมีนะ ส่วนมากจะเป็นคนที่ทำเหมืองของฉันแล้วหลบฝนไม่ทัน วิ่งกลับบ้านทั้ง ๆ ที่ฝนตกกระหน่ำ”
“ถ้าอย่างนั้น...” ไอคิวพูดเพียงเท่านั้นแล้วเงียบไป
ทุกคนรอฟังเขา...
ในวินาทีนั้นสีหน้าของไอคิวก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ขนแขนของเขาตั้งชัน รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาอย่างประหลาด เมื่อได้รู้ความจริงจากการวิเคราะห์
“นี่เป็นฆาตกรรมอำพรางอย่างแน่นอน”
กอบกิจ ภัทรนรินและธานีมองเขาอย่างไม่เข้าใจ ไอคิวหันมามองคนทั้งสาม
“จริงอยู่เขาถูกฟ้าผ่า แต่เขาหมดสติหรืออาจเสียชีวิตในทันทีทันใดที่พื้นที่โล่งที่เราเพิ่งเดินผ่านมานั่น แล้วก็มีใครบางคน ลากเขามาไว้ในป่าแห่งนี้ เพื่อไม่ให้เป็นที่สะดุดตาของชาวบ้าน”
กอบกิจนิ่งงัน
“ฟ้าผ่าอาจเป็นอุบัติเหตุ แต่ที่เขาเข้ามาอยู่ในป่านี้คือการจงใจ”
“พี่ไอคิวคิดมากไปหรือเปล่าครับ” ภัทรนรินเอ่ยขึ้นด้วยความคิดที่ขัดกับไอคิว “ไม่คิดบ้างหรือครับว่าคนที่ลากเขาเข้ามาต้องการที่จะช่วยเขาให้รอดพ้นจากฝ้าผ่าซ้ำสอง”
จริงสิ...ไอคิวมองภัทรนรินด้วยความทึ่ง อาจเป็นอย่างที่ภัทรนรินพูด เขาคิดมากไปเอง เพราะเรื่องของกอบกิจที่เขาต้องเฝ้าระวัง ทำให้เขาคิดแต่ในแง่ลบ
“ในป่านี้ใกล้ที่สุด เขาคนนั้นก็เลยลากคุณพินัยมาไว้ในนี้ แต่ว่าก็ช่วยไม่ได้ เพราะเขาตายไปเสียแล้ว”
กอบกิจส่งเสียงเห็นด้วยเล็ก ๆ ในลำคออย่างเห็นด้วย
“พอรู้ว่าพินัยตาย เขาจึงตกใจไม่รู้จะทำยังไง ในเมื่อไม่มีใครเห็น อย่างนั้นก็ถือว่าเขาไม่เห็น เลยปล่อยให้ศพนอนอยู่ที่นี่ รอให้คนอื่นมาพบและแจ้งตำรวจ”
“ใช่ ๆ หลานพูดถูก น่าจะเป็นอย่างนั้น เธอคงระแวงเกินไป” กอบกิจบอกกับไอคิว
“ครับ ผมคงระแวงเกินไปจริง ๆ” ไอคิวยอมรับ รู้สึกแย่นิดหน่อยที่เขาไม่รอบคอบ
“อีกเดี๋ยวตำรวจก็คงมาถึงครับ” ธานีบอกกับทุกคน “เดี๋ยวผมจะเฝ้าศพเองครับ ทุกคนกลับไปก่อนก็ได้ครับ”
“ไม่เป็นไร ฉันอยู่เฝ้าด้วยก็ได้” กอบกิจบอกธานี “ไหน ๆ ฉันก็กลายเป็นหนึ่งในผู้พบศพ และก็ดันเป็นคนที่เชิญเขามาตายด้วย”
ไอคิวไม่ได้สนใจในสิ่งที่กอบกิจพูดมาเลยแม้แต่น้อย เขาย่อตัวลงมองมือของศพ แหวนที่นิ้วนาง
แผ่นศิลาล่ะ...
ไอคิวหันมองรอบตัว
เขาถูกลากเข้ามา เพราะฉะนั้นแผ่นศิลาน่าจะอยู่ข้างนอกตรงพื้นที่โล่งนั่น
เดี๋ยวก่อน..
แล้วคนที่ถือร่มตามพินัยออกมาจากหลังบ้านนั่นล่ะจะมีคำอธิบายว่าอย่างไร ไอคิวมองไปที่คนทั้งสามที่บัดนี้นั่งอยู่ห่างออกไปไม่กี่เมตร
“มานั่งเถอะ” กอบกิจบอกเขา
เขาไม่สนใจ ยังคงครุ่นคิดเกี่ยวกับคนที่ถือร่มคนนั้น
ถ้าเป็นคนถือร่มเองที่ช่วยลากพินัยเข้ามา นั่นก็หมายความว่าเขาเป็นคนในบ้านแร่กอบกิจ
ถ้าเป็นคนใช้คงไม่ตื่นกลัวจนไม่ยอมบอกกอบกิจหรือใคร ๆ ในบ้านว่าแขกที่มาเสียชีวิต แต่คงไม่ใช่คนรับใช้ เพราะไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องตามพินัยออกทางหลังบ้าน
สมาชิกในบ้านล่ะ ใครคนใดคนหนึ่งตามเขาออกไปด้วยจุดประสงค์ที่ไม่สู้ดีบางอย่าง ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าฝนตกหนัก แต่ก็ต้องตามไปให้ได้ จากนั้นก็เห็นเขาถูกฟ้าผ่าต่อหน้า ทั้งตกใจและตื่นกลัว แต่ก็ต้องช่วยเขา
หรือจะเป็นแขกที่เหลืออีกสองคนที่ตามเขาออกไปเพื่อเจรจาต่อรองบางอย่างเกี่ยวกับการแข่งขันไขปริศนาในครั้งนี้ หรือไม่ก็ระแคะระคายว่าพินัยจะรู้ว่าเหมืองแร่แห่งใหม่อยู่ที่ไหน จึงตามออกไป แต่โชคร้ายที่เขาดันสวมแหวนนั่นก็เลยถูกฟ้าผ่า แขกคนนั้นที่ไม่รู้จะทำอย่างไรดี ลากเขาเข้ามาในนี้ แต่ไม่มีทางบอกว่าตัวเองช่วยแน่นอน เพราะอาจจะตกเป็นผู้ต้องสงสัยเสียเอง และการได้ครอบครองเหมืองแร่ก็จะจบลง
แล้วถ้าฟ้าผ่าในครั้งนี้ไม่ใช่อุบัติเหตุล่ะ ถ้าเราไม่ได้คิดมากไปเอง
ใครบางคนใช้ประโยชน์จากปรากฏการณ์ธรรมชาติฆาตกรรมพินัย พิพัฒน์ไพศาล


edit @ 2007/03/28 22:42:54

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet