Mine Murder #15

posted on 13 Jun 2008 17:31 by gbdetective  in GBD
ตอนที่ 15
    กว่าที่ตำรวจจะมาถึงก็ต้องใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง สารวัตรนายหนึ่งกับตำรวจอีก 2 นายจากในตัวอำเภอเมืองมาด้วยรถกระบะโกโรโกโสคันหนึ่ง รถวิ่งตัดทุ่งหญ้ามาที่ป่าเบญจพรรณ มีฝุ่นสีส้มแดงเกาะติดตามเครื่องแบบเต็มไปหมด
    ตำรวจ 2 นายใช้ผ้าขาวคลุมทั่วร่างศพและช่วยกันยกศพขึ้นเปลหาม หลังจากทำร่องรอยศพด้วยปูนขาว มีป้ายตัวเลขวางไว้ตามตำแหน่งที่คิดว่าน่าจะเป็นเบาะแส  สารวัตรลงมือถ่ายรูปด้วยตัวเอง
    เมื่อมีรถตำรวจเข้ามาในเขตหมู่บ้าน ชาวบ้านที่เห็นรถคันนั้นแล่นผ่านจึงเริ่มรู้สึกเอะใจว่าต้องมีอะไรเกิดขึ้นในที่ ๆ รถแล่นเข้าไป  ผู้หญิงที่ส่วนมากจะอยู่กับบ้านชะเง้อมองขณะที่รถตำรวจแล่นออกมาจากเขตพื้นที่ป่าเบญจพรรณ
    รถกระบะแล่นมาจอดด้านหน้ารั้วบ้านแร่กอบกิจ ภัทรนรินกระโดดลงจากกระบะรถไปเคาะประตู  ส่วนไอคิวลงจากกระบะรถไปช่วยพยุงร่างของกอบกิจออกมาจากด้านหน้ารถ ธานียืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่ข้าง ๆ กอบกิจ  ตำรวจ 2 นายยังคงเฝ้าศพอยู่บนกระบะ
    คนรับใช้หญิงเอามือป้องปาก แต่ก็ไม่อาจกลบเสียงร้องด้วยความตกใจลงได้  กอบกิจถอนใจเฮือกใหญ่แล้วเชิญสารวัตรเข้าบ้าน
    สารวัตรเริ่มต้นถามถึงเหตุการณ์ตามลำดับตั้งแต่ที่ธานีออกจากบ้านแร่กอบกิจหลังอาหารมือเที่ยงไปจนถึงธานีเข้ามาในป่าอีกครั้งและเจอทั้งสามคนอยู่ในป่าแล้ว
    เวลาล่วงเลยไปถึง 6 โมงเย็น  กอบกิจเดินออกไปส่งสารวัตรที่หน้าประตูใหญ่แล้วกลับเข้ามาพร้อมด้วยสายตาของทุกคนในบ้านจับจ้อง ยกเว้นเพียงแค่พานนรัตและภมรที่ยังอยู่ชั้นบน
    “เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ยังไงครับ” ภูมิเอ่ยขึ้นเป็นคนแรก
    “ถามฉัน ฉันก็ไม่รู้หรอก” กอบกิจพูดด้วยความเหนื่อยอ่อน “ถามธานี ถามภัทร ถามไอคิว ก็ไม่มีใครรู้ทั้งนั้นว่ามันจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น”
    ภูมิทำท่าจะเอ่ยต่อ แต่ก็เงียบไป
    “ในเมื่อเป็นแบบนี้แล้ว การค้นหาเหมืองแร่จะยังคงมีต่อไปอีกหรือเปล่าครับ”
    คำถามนั้นทำให้กอบกิจชะงักและหันไปมองหน้าผู้ถามในทันที
    กันยศรู้ตัวว่าเขาไม่ควรถามคำถามนั้นในเวลานี้แต่เขาก็ยังยืนกรานที่จะรอคำตอบ
    “ยังคงมีต่อไปสิ” กอบกิจตอบ “ไม่ว่ายังไงก็ต้องหาเหมืองแร่ให้พบ”
    ธานีรู้สึกประหลาดใจที่กอบกิจเบนสายตามาทางตนเมื่อพูดประโยคสุดท้าย ดูเหมือนว่ากอบกิจอยากจะให้เขาค้นพบมากกว่าคนอื่น ๆ    
    พินนราตัวสั่นเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำตอบที่หนักแน่นของผู้เป็นปู่
    “ทำไมล่ะคะ แบบนี้แล้วยังจะมีการแข่งขันบ้า ๆ บอ ๆ อะไรนี่อีกหรือ” นริน ภรรยาของภูมิขัดขึ้น
    กอบกิจฝืนความรู้สึกหงุดหงิดอยู่ภายในใจ แล้วหันไปทางลูกสะใภ้ “ก็เพราะว่าการแข่งขันบ้า ๆ บอ ๆ ครั้งนี้มันจะช่วยให้พวกเราไม่อดตายน่ะสิ”
    “แค่พวกเราก็สามารถหาเหมืองแร่นั่นเจอได้ ไม่เห็นต้องเพิ่งคนอื่นเลย” นรินยังคงกล่าวต่อ
    “ใช่” กอบกิจแทบจะตะโกนออกมา “ลำพังพวกเราเรื่องแค่นี้ก็คงไม่เหนือบ่ากว่าแรง  แต่มันมีอีกหลายเรื่องที่ฉันมั่นใจว่าพวกเธอทำไมได้”
    “แล้วมันอะไรล่ะคะ” เธอยังคงขัดต่อ
    กอบกิจสูดลมหายใจเบา ทำท่าจะตะคอกออกมา “สิ่งที่พวกเธอทำไมได้..”
    รวงทองคว้าแขนของกอบกิจอย่างอ่อนโยนแล้วบีบเตือนสติเขาเบา ๆ กอบกิจหันมามองลูกสะใภ้อีกคนเข้าใจดีว่ารวงทวงต้องการอะไร
    “เธอไม่ต้องห้าม” อารมณ์ของกอบกิจกำลังพลุ่งพล่าน
    “ขอเถอะนะคะ อย่ามีเรื่องกันตอนนี้เลย มีคนเพิ่งตายไปนะคะ ”
    กอบกิจชะงัก อย่างที่รวงทองพูด...มีคนเพิ่งตายไป แล้วนี่เขากำลังโมโหอะไรอยู่  เขาควรเป็นเจ้าบ้านที่ดีไม่ใช่หรือ
    ไอคิวมองเห็นกล้ามเนื้อไหล่ของกอบกิจที่เริ่มผ่อนคลายลง  แต่ในขณะเดียวกันก็เริ่มมองเห็นปัญหาความขัดแย้งภายในบ้านแร่กอบกิจที่ดูตรึงเครียดขึ้น
    “พี่รวงทวงพูดถูก มีคนเพิ่งตายไป ถ้าอย่างนั้นก็ต้องยกเลิกการแข่งขันซะ” นรินยังคงไม่เลิกตอแย
    “เธอนี่มัน” กอบกิจเดือดดาล
    “พอเถอะ” ภูมิที่ยืนอยู่ข้างภรรยา และอดทนมานานเอ่ยขึ้น “การแข่งขันจะยังคงมีต่อไป”
    “นี่คุณ..” นรินหันมาทางสามี
    “ก็ต่อเมื่อมีผู้ร่วมแข่งขันเท่าเดิม”
    กอบกิจมองลูกชายจากภรรยาคนที่สองอย่างไม่เข้าใจ แต่รวงทองเข้าใจดี
    “ผมขอเข้าร่วมแข่งขันแทนคนที่ตายไป” ภูมิกล่าวอย่างเป็นต่อ
    กอบกิจอ้าปากค้าง ครั้งนี้ไม่เหมือนคราวที่ภัทรนรินเอ่ยปากขอร้อง เพราะว่าครั้งนี้เขาไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธได้อีก
    ภัทรนรินมองหน้าพ่อที่ไม่ใช่พ่อแท้ ๆ ของเขา นี่เป็นโชคดีหรือโชคร้ายที่ภูมิจะเข้าแข่งขันด้วย

GBD : Mine Murder : L14

posted on 19 Nov 2006 17:15 by gbdetective  in GBD

ตอนที่ 14
ร่างของพินัย พิพัฒน์ไพศาลในชุดเสื้อสีเหลืองกางเกงสีดำนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นดินที่เปียกชุ่ม รองเท้าหนังของเขามีดินเปื้อนเต็มไปหมด มีรอยครูดเป็นทางจากเท้าเป็นเส้นคดเคี้ยวเล็กน้อยออกไปทางเดียวกับที่ทั้งสามเดินเข้ามา
ไอคิวเพิ่งสังเกตเห็นเดี๋ยวนั้นเองว่ามีรอยลากอยู่บนพื้นดินใกล้ ๆ กับเส้นทางเดินที่เขาเพิ่งผ่าน แต่ดูเหมือนรอยลากนั้นจะจางหายไปมากเพราะน้ำฝนที่ค้างอยู่บนใบไม้ร่วงหล่นลงมาชะล้าง
“ว่าไงนะ พินัยเรอะ” กอบกิจแทบจะควบคุมสติไม่อยู่ “พินัยตายรึ”
“ครับ” ไอคิวตอบอย่างหดหู่ มองรอยช้ำดำคล้ำที่มือข้างซ้ายของศพ
“ใครกัน” กอบกิจตะโกน “ใครฆ่า” เขาหวนนึกถึงคำพูดของไอคิวที่เคยบอกเขาเรื่องที่มีคนคิดอยากจะฆ่าเขา “เป็นจริงหรือนี่ ที่เธอพูดมันเป็นจริงหรือ”
“อะไรครับ” ไอคิวงุนงง ตอนนี้เขาลืมทุกสิ่งทุกอย่าง
“ฉันไง ที่บอกว่าฉันจะโดนฆ่าน่ะ”
ไอคิวเบิกตาโพลงด้วยความตื่นตระหนก จริงสิ..เขาลืมไปเสียสนิท
“แต่ไม่นึกว่า จะมีคนนอกต้องมารับเคราะห์ไปก่อน หรือว่านี่เป็นเรืองเหมืองแร่กันแน่” กอบกิจไม่ได้มองตรงมายังไอคิว แต่สายตาเหม่อลอยเหนือศีรษะไอคิวขึ้น เหมือนเขาจะพูดกับตัวเองมากกว่าที่จะบอกไอคิว
ภัทรนรินค่อย ๆ ก้าวออกมาจากด้านหลังของกอบกิจ พยายามเพ่งมองศพด้วยความอยากรู้
“แล้ว...พี่ธานีล่ะครับ ไปไหน” ภัทรนรินเอ่ยขึ้น จุดประกายให้ไอคิวฉุกคิด
“นั่นสิ..ธานีต้องมาทางนี้นี่นา หรือว่าธานีจะเป็น..” กอบกิจมองหลานชาย
“ไม่นะครับ พี่ธานีไม่ใช่คนแบบนั้นซะหน่อย” ภัทรนรินส่ายหน้า พยายามบอกตัวเอง
ไอคิวเหลียวมองรอบกาย ธานีเป็นคนฆ่างั้นหรือ..ทำไมล่ะ มีเหตุผลอะไร ถ้าเรื่องการไขปริศนาเหมืองแร่ล่ะก็ ยังไงเขาก็เป็นต่ออยู่แล้วไม่ใช่หรือ หรือว่าไม่ใช่ หรือเพราะเขาแอบเห็นพินัยเดินมาทางป่านี้ ก็เลยตามมางั้นหรือ...ระหว่างที่เขายกเหตุผลสารพัน เขาก็เหลือบไปมองร่มที่ใช้แทนไม้เท้าของกอบกิจ เขาเผลอร้องออกมาเพราะคิดอะไรออกบางอย่าง และมองร่มของตัวเอง
คนที่ถือร่มออกไปตอนนั้น เป็นคนฆ่า...
ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีทางเป็นธานีได้เลยน่ะสิ เพราะว่าเขาออกจากบ้านแร่กอบกิจไปก่อนที่ไอคิวจะเห็นพินัยแอบออกมาทางประตูเหล็กของกำแพงด้านหลังบ้าน
ยังไงกันแน่ หรือว่าธานีแสร้งเดินกลับออกไป แต่จริง ๆ แล้วแอบกลับเข้ามากลายเป็นคนถือร่มที่ไอคิวเห็น ไม่สิ..จะกลับเข้ามาทางไหนได้ล่ะ ถ้าเข้าทางหน้าบ้านก็ต้องมีคนเห็น ถ้าเข้าทางหลังบ้านก็ไม่มีทางเข้าได้เพราะถูกล็อกด้วยกุญแจ..พินัยเองที่เป็นคนไขมันออกเป็นคนแรก
“เรารีบออกไปกันเถอะครับ” ภัทรนรินกล่าวตะกุกตะกัก “แจ้งตำรวจ”
ไอคิวมัวแต่คิดวิเคราะห์ จนลืมไปว่าพวกเขาสามคนอยู่ในฐานะผู้พบศพ ซึ่งต้องแจ้งตำรวจ
มีเสียงเดินมาจากทางด้านหลังของกอบกิจและภัทรนริน
“ผมแจ้งแล้วล่ะครับ”
ทั้งสามหันกลับไปทางต้นเสียงด้วยความตระหนกตกใจ
ธานียืนอยู่เบื้องทุกคนห่างออกไป 5 เมตร
“ธานี เธอบอกฉันสิ ว่าเธอไม่ได้ฆ่าพินัย” กอบกิจกล่าวด้วยความโมโห และรู้สึกผิดหวังในตัวธานี
ธานีรู้สึกอึ้งเล็กน้อยที่กอบกิจคิดแบบนั้น “เปล่านะครับ ผมไม่ได้ฆ่า ผมเดินมาในป่านี้ ก็เห็นเขานอนอยู่ตรงนั้นแล้ว”
“งั้นใครล่ะ ใครฆ่าเขา เธออยู่ที่บ้านตลอดไม่ใช่รึ เธอเห็นเขาเดินผ่านบ้านเธอมาบ้างหรือเปล่า”
“ผมเห็นแค่คุณพินัยคนเดียวครับ ตอนนั้นฝนตก ผมไม่ได้สนใจบรรยากาศนอกบ้านครับ”
กอบกิจมองหน้าธานี ธานีคงไม่พูดโกหกหรอก เพราะธานีโกหกไม่เป็น ขึ้นเขาโกหกก็จะต้องมีพิรุธและถูกจับได้
“ว่าแต่” ธานีมองคนทั้งสาม “ทำไมถึงคิดว่านี่เป็นการฆ่ากันตายล่ะครับ”
ไอคิวหันขวับมาทางธานีทันที
“รอยไหม้บนมือของคุณพินัย มันบ่งบอกว่าเขาโดนฝ้าผ่านะครับ” ธานีมองไอคิว
คราวนี้กอบกิจรีบก้าวเดินไปมองศพของพินัยใกล้ ๆ เห็นด้วยกับที่ธานีพูด
“เขาสวมแหวนวงหนึ่งซึ่งอาจจะเป็นตัวนำฟ้าผ่าได้เป็นอย่างดี”
ไอคิวพิจารณาสิ่งธานีพูดอยู่ในหัว เขาพูดถูกทุกอย่าง พินัยคงโดนฟ้าผ่าตอนที่ฝนตกหนักในป่าแห่งนี้
ไม่สิ...ไม่น่าจะใช่ ถ้าเป็นในป่าที่มีต้นไม้ใหญ่ปกคลุมแบบนี้ ถึงพินัยจะมีแหวนล่อฟ้าผ่า แต่ต้นไม้ก็น่าจะรับไว้ก่อนหรือไม่ก็ช่วยผ่อนหนักเป็นเบาได้บ้าง
เรื่องนี้พิสูจน์ไม่ได้หรอกในตอนนี้ ว่าระหว่างที่โล่งแจ้งกับในป่า ประสิทธิภาพในการเหนี่ยวนำให้ฟ้าผ่านั้นแตกต่างกันมากน้อยเพียงใด
“คุณกอบกิจครับ” ไอคิวเอ่ยขึ้น แต่สายตายังจับจ้องใบหน้าของพินัยที่แทบดูไม่ได้ ช็อคทันทีหลังจากโดนฟ้าผ่า ดวงตาเบิกโพลง อ้าปากค้างแหยเก “ที่หมู่บ้านนี้ เคยมีประวัติว่ามีคนถูกฟ้าผ่าในป่าแห่งนี้บ้างหรือป่าวครับ”
กอบกิจครุ่นคิด เท่าที่เขาจำได้นั้น ส่วนมากมักจะพบศพคนที่โดนฟ้าผ่าตามเหมืองแร่ ซึ่งเป็นที่โล่งแจ้ง “ไม่น่าจะมีนะ ส่วนมากจะเป็นคนที่ทำเหมืองของฉันแล้วหลบฝนไม่ทัน วิ่งกลับบ้านทั้ง ๆ ที่ฝนตกกระหน่ำ”
“ถ้าอย่างนั้น...” ไอคิวพูดเพียงเท่านั้นแล้วเงียบไป
ทุกคนรอฟังเขา...
ในวินาทีนั้นสีหน้าของไอคิวก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ขนแขนของเขาตั้งชัน รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาอย่างประหลาด เมื่อได้รู้ความจริงจากการวิเคราะห์
“นี่เป็นฆาตกรรมอำพรางอย่างแน่นอน”
กอบกิจ ภัทรนรินและธานีมองเขาอย่างไม่เข้าใจ ไอคิวหันมามองคนทั้งสาม
“จริงอยู่เขาถูกฟ้าผ่า แต่เขาหมดสติหรืออาจเสียชีวิตในทันทีทันใดที่พื้นที่โล่งที่เราเพิ่งเดินผ่านมานั่น แล้วก็มีใครบางคน ลากเขามาไว้ในป่าแห่งนี้ เพื่อไม่ให้เป็นที่สะดุดตาของชาวบ้าน”
กอบกิจนิ่งงัน
“ฟ้าผ่าอาจเป็นอุบัติเหตุ แต่ที่เขาเข้ามาอยู่ในป่านี้คือการจงใจ”
“พี่ไอคิวคิดมากไปหรือเปล่าครับ” ภัทรนรินเอ่ยขึ้นด้วยความคิดที่ขัดกับไอคิว “ไม่คิดบ้างหรือครับว่าคนที่ลากเขาเข้ามาต้องการที่จะช่วยเขาให้รอดพ้นจากฝ้าผ่าซ้ำสอง”
จริงสิ...ไอคิวมองภัทรนรินด้วยความทึ่ง อาจเป็นอย่างที่ภัทรนรินพูด เขาคิดมากไปเอง เพราะเรื่องของกอบกิจที่เขาต้องเฝ้าระวัง ทำให้เขาคิดแต่ในแง่ลบ
“ในป่านี้ใกล้ที่สุด เขาคนนั้นก็เลยลากคุณพินัยมาไว้ในนี้ แต่ว่าก็ช่วยไม่ได้ เพราะเขาตายไปเสียแล้ว”
กอบกิจส่งเสียงเห็นด้วยเล็ก ๆ ในลำคออย่างเห็นด้วย
“พอรู้ว่าพินัยตาย เขาจึงตกใจไม่รู้จะทำยังไง ในเมื่อไม่มีใครเห็น อย่างนั้นก็ถือว่าเขาไม่เห็น เลยปล่อยให้ศพนอนอยู่ที่นี่ รอให้คนอื่นมาพบและแจ้งตำรวจ”
“ใช่ ๆ หลานพูดถูก น่าจะเป็นอย่างนั้น เธอคงระแวงเกินไป” กอบกิจบอกกับไอคิว
“ครับ ผมคงระแวงเกินไปจริง ๆ” ไอคิวยอมรับ รู้สึกแย่นิดหน่อยที่เขาไม่รอบคอบ
“อีกเดี๋ยวตำรวจก็คงมาถึงครับ” ธานีบอกกับทุกคน “เดี๋ยวผมจะเฝ้าศพเองครับ ทุกคนกลับไปก่อนก็ได้ครับ”
“ไม่เป็นไร ฉันอยู่เฝ้าด้วยก็ได้” กอบกิจบอกธานี “ไหน ๆ ฉันก็กลายเป็นหนึ่งในผู้พบศพ และก็ดันเป็นคนที่เชิญเขามาตายด้วย”
ไอคิวไม่ได้สนใจในสิ่งที่กอบกิจพูดมาเลยแม้แต่น้อย เขาย่อตัวลงมองมือของศพ แหวนที่นิ้วนาง
แผ่นศิลาล่ะ...
ไอคิวหันมองรอบตัว
เขาถูกลากเข้ามา เพราะฉะนั้นแผ่นศิลาน่าจะอยู่ข้างนอกตรงพื้นที่โล่งนั่น
เดี๋ยวก่อน..
แล้วคนที่ถือร่มตามพินัยออกมาจากหลังบ้านนั่นล่ะจะมีคำอธิบายว่าอย่างไร ไอคิวมองไปที่คนทั้งสามที่บัดนี้นั่งอยู่ห่างออกไปไม่กี่เมตร
“มานั่งเถอะ” กอบกิจบอกเขา
เขาไม่สนใจ ยังคงครุ่นคิดเกี่ยวกับคนที่ถือร่มคนนั้น
ถ้าเป็นคนถือร่มเองที่ช่วยลากพินัยเข้ามา นั่นก็หมายความว่าเขาเป็นคนในบ้านแร่กอบกิจ
ถ้าเป็นคนใช้คงไม่ตื่นกลัวจนไม่ยอมบอกกอบกิจหรือใคร ๆ ในบ้านว่าแขกที่มาเสียชีวิต แต่คงไม่ใช่คนรับใช้ เพราะไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องตามพินัยออกทางหลังบ้าน
สมาชิกในบ้านล่ะ ใครคนใดคนหนึ่งตามเขาออกไปด้วยจุดประสงค์ที่ไม่สู้ดีบางอย่าง ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าฝนตกหนัก แต่ก็ต้องตามไปให้ได้ จากนั้นก็เห็นเขาถูกฟ้าผ่าต่อหน้า ทั้งตกใจและตื่นกลัว แต่ก็ต้องช่วยเขา
หรือจะเป็นแขกที่เหลืออีกสองคนที่ตามเขาออกไปเพื่อเจรจาต่อรองบางอย่างเกี่ยวกับการแข่งขันไขปริศนาในครั้งนี้ หรือไม่ก็ระแคะระคายว่าพินัยจะรู้ว่าเหมืองแร่แห่งใหม่อยู่ที่ไหน จึงตามออกไป แต่โชคร้ายที่เขาดันสวมแหวนนั่นก็เลยถูกฟ้าผ่า แขกคนนั้นที่ไม่รู้จะทำอย่างไรดี ลากเขาเข้ามาในนี้ แต่ไม่มีทางบอกว่าตัวเองช่วยแน่นอน เพราะอาจจะตกเป็นผู้ต้องสงสัยเสียเอง และการได้ครอบครองเหมืองแร่ก็จะจบลง
แล้วถ้าฟ้าผ่าในครั้งนี้ไม่ใช่อุบัติเหตุล่ะ ถ้าเราไม่ได้คิดมากไปเอง
ใครบางคนใช้ประโยชน์จากปรากฏการณ์ธรรมชาติฆาตกรรมพินัย พิพัฒน์ไพศาล


edit @ 2007/03/28 22:42:54

GBD : Mine Murder : L13

posted on 30 Oct 2006 18:41 by gbdetective  in GBD

ตอนที่ 13
กอบกิจ ไอคิวและภัทรนรินเดินเป็นเส้นตรงจากบ้านแร่กอบกิจมาหยุดอยู่ที่บ้านหลังหนึ่งซึ่งตัดขวางเส้นตรงไปสู่จุดหมายที่เขียนไว้ในปริศนา ทั้งสามเดินอ้อมบ้านหลังนั้นไป มีอีกหลายหลังที่ขวางอยู่เหมือนกัน
แต่แล้วกอบกิจและภัทรนรินต้องหยุดชะงักลดฝีเท้าลงหน้าบ้านหลังหนึ่ง เมื่อรู้ว่าบ้านหลังนี้เป็นของทะนง ทัดเทียม ผู้เป็นพ่อของงธานี
กอบกิจยืนมองบ้านขนาด 100 ตารางวาด้วยความหดหู่ เมื่อนึกถึงพินนราที่อาจต้องกลายมาเป็นสะใภ้ของบ้านนี้ ขณะที่ภัทรนรินก็กำลังมองหาธานี แต่ไม่มีวี่แววว่าจะอยู่ในบ้าน ชายวัยกลางคนซึ่งอยู่ในบ้านมองเห็นคน 3 คนยืนอยู่หน้าบ้านและคน ๆ คนหนึ่งคือกอบกิจ เจ้าของกิจการเหมืองแร่ เขาจึงรีบออกมาต้อนรับทันที
สวัสดีครับคุณกอบกิจ คุณกอบกิจมาถึงที่นี่มีอะไรหรือครับ ชายเจ้าของบ้านทักทายด้วยสีหน้ายินดีปรีดา
อ้อ ไม่มีอะไรหรอก พอดีผ่านมาน่ะ ว่าแต่ลูกของนายไปอยู่รึ
ธานีน่ะหรือครับ ตั้งแต่กลับมาจากบ้านแร่กอบกิจก็อยู่ในบ้านตลอด เพิ่งจะออกไปเมื่อตอนที่ฝนหายตกเมื่อครู่นี้น่ะครับ
ออกไปไหนหรือ
เห็นบอกว่าจะออกไปสำรวจเหมืองแร่น่ะครับ ถือก้อนศิลาออกไปด้วย
ไปทางนี้ใช่มั้ย กอบกิจชี้ไปทางตรงข้ามกับที่เขาเดินมา
ครับ คงเป็นทางนั้น ว่าแต่คุณกอบกิจมามีธุระอะไรกับธานีมันหรือเปล่าครับ
อ้อ บอกไปแล้วว่าผ่านมาเฉย ๆ ไม่มีอะไรหรอก กอบกิจ ทำมือโบกไปมา ไม่มีอะไรแล้วล่ะ ฉันขอตัวก่อนละกันนะ
กอบกิจอำลาผู้เป็นพ่อของธานี แล้วเดินนำไอคิวกับภัทรนรินอ้อมตัวบ้านมาอยู่ด้านหลังของบ้าน
ทั้งสามยืนมองพื้นที่โล่งเตียนเบื้องหน้าที่กินอาณาเขตนับเป็นตารางเมตรประมาณ 500 ตารางเมตร จากนั้นเป็นป่าดิบชื้นขนาดย่อมที่แผ่มาจากตีเขาที่อยู่เบื้องหลังอีกที
ธานีคงหายเข้าไปในป่าดิบชื้นนั้นแล้ว
อีกด้านหนึ่งของบ้าน ทะนงแอบชะเง้อมองบุคคลทั้งสามอย่างคลางแคลงใจ และที่น่าสงสัยกว่านั้นก็คือการที่ธานีเข้าไปในป่าซึ่งเป็นเรื่องปกติตั้งแต่เล็กจนโต ทำไมถึงเป็นที่น่าสนใจของกอบกิจมากนัก


ทั้งสามเดินตัดพื้นที่โล่งเตียนนั้นด้วยเวลา 15 นาที กอบกิจหยุดและเริ่มหายใจถี่ขึ้นเพราะความเหนื่อยจากความชราและแสงแดดที่เจิดจ้าหลังฝนตก
กอบกิจใช้ร่มไม้ที่หุบสนิทค้ำตัวเอง ไอคิวถือร่มให้ตัวเองป้องกันแสงแดดที่แผดเผา ส่วนภัทรนรินยืนใกล้ ๆ กอบกิจและแบ่งปันร่มเงาของร่ม
เข้าไปหลบในนั้นเถอะครับ อีกนิดเดียว ไอคิวเอ่ยขึ้นแล้วเดินเข้าไปพยุงร่างกอบกิจ
ทั้งสามเข้ามาในป่าดิบชื้นที่ดินเปียกชื้นกว่าด้านนอกมากกว่าเนื่องจากฝนที่ตกและมีร่มไม้บังแดด ใบไม้ดูสดเขียวชะอุ่ม บางต้นยังอุ้มนำเอาไว้พอกอบกิจพิงลำต้นแรง ๆ หยดน้ำจำนวนมากก็ร่วงหล่นลงมา
โอ๊ะ ขอโทษ ๆ เปียกกันหมด กอบกิจหัวเราะคิกคัก เหมือนเขาจะรู้ว่าพอพิงต้นไม้แล้วจะมีหยดน้ำหล่นลงมา
นั่งพักก่อนเถอะนะครับคุณปู่ ภัทรนรินเสนอ เดี๋ยวคุณปู่จะเป็นลมเอานะ
โอ้ย แค่นี้ไม่เป็นไรหรอก ไม่ต้องห่วง แต่ถ้าอยากจะพักกันก็ไม่ว่าหรอกนะ กอบกิจเป็นคนนั่งลงเป็นคนแรก สัมผัสกับดินชื้น ๆ อ๋า...ก้นฉันเปียกหมดแล้ว
ไอคิวยืนพิงต้นไม้อีกต้นหนึ่งใกล้ ๆ ภัทรนรินนั่งยอง ๆ ข้างกอบกิจ
ลูกชายฉันเคยมาหาแถวนี้ด้วยหรือเนี่ย กอบกิจเอ่ยลอย ๆ เขาคงตั้งใจมากกับการหาเหมืองแร่ใหม่ แต่ฉันกลับไม่เข้าใจเขาเลย
ทั้งไอคิวและภัทรนรินหันมามองกอบกิจที่ถอนใจเบา ๆ
ไม่เข้าใจ...ทำไมหรือครับ ภัทรนรินถาม
ก็...เรื่องไร้สาระน่ะ กอบกิจยกแขนโอบหลานชายอย่างหลวม ๆ เรื่องไม่เป็นเรื่องที่เป็นความเอาแต่ใจของปู่ ภูมินน่ะอยากออกไปอยู่นอกหมู่บ้าน แต่ฉันก็รั้งเข้าไว้ ทั้ง ๆ ที่อาชีพสถาปัตย์ของเขาน่าจะรุ่งโรจน์และไม่ต้องมาตายเพราะเหมืองแร่แบบนี้ด้วย
ทั้งสามเงียบไปชั่วขณะ เบนสายตาไปทางป่าดิบชื้นที่อยู่รายล้อมรอบตัว
บ้านแร่กอบกิจก็คงเป็นฝีมือการออกแบบของเขาสินะครับ
อืม...นั่นล่ะความภาคภูมิใจสิ่งสุดท้ายของเขา
ถ้าอย่างนั้น...เขาก็คงพบเหมืองแร่ ก่อนที่จะออกแบบบ้านแร่กอบกิจ ไอคิวมองออกไปยังเส้นทางที่ต้องเดินต่อไป
ยังไงเหรอ
ก็บ้านนี้เปรียบเสมือนคันธนูใช้มั้ยครับ แสดงว่าเขาค้นพบเหมืองแร่ก่อน แล้วคิดปริศนาพร้อมกับออกแบบบ้านเป็นคันธนู ไอคิวยังคงมองตรงไปที่เดิมและจุดเดิม ทุกอย่างในนี้น่าจะมีแต่สีเขียวกับสีน้ำตาลคล้ำของต้นไม้นี่นา...แล้วทำไมตรงนั้นถึงมีสีเหลืองปรากฏอยู่บนพื้น
นั่นสินะ... กอบกิจเห็นด้วย มองตามไอคิวที่เดินตรงออกไป
ภัทรนรินลุกขึ้นยืน เพิ่งมองเห็นสีเหลืองบนพื้นดินอย่างที่ไอคิวเห็น
ไอคิวหยุดชะงัก ตัวแข็งทื่อ ตาเบิกโพลง...เขาค่อย ๆ ก้าวถอยแล้วหันมองทางทั้งสอง ทั้งสองสบตากับไอคิวอย่างหวาดหวั่น
มีอะไรหรือครับ ภัทรนรินจับสายตานั้นได้ มันคืออะไรหรือครับ
ไอคิวไม่ตอบ เขาหันกลับไปมองบนพื้นเหมือนไม่เชื่อในสายตาตัวเอง
อะไรหรือ กอบกิจลุกขึ้นยืนบ้าง
ภัทรนรินวิ่งเข้าไปหาไอคิว แต่แล้วก็ต้องหยุดชะงักข้างหลังไอคิว นี่มัน...
กอบกิจเริ่มที่จะตื่นตระหนกไปด้วย เดินเข้ามาแต่ถูกเสียงของไอคิวขัดเอาไว้
อย่าเข้ามาครับ คุณกอบกิจ...คุณพินัยครับ
อะไร พินัย
ภัทรนรินกลัวจนกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ รีบวิ่งไปหากอบกิจ
ศพของคุณพินัยครับ ไอคิวเอ่ย หน้าซีดเผือด


edit @ 2006/10/30 18:45:04