GBD : Mine Murder : L10
posted on 23 Oct 2006 22:35 by gbdetective in GBDตอนที่ 10
“ฉันจะต้องตายน่ะรึ ใครบอกเธอแบบนั้น” กอบกิจขับเสียงเข้มดุดัน
ไอคิวถึงกับเกรงกลัวเสียงนั้น บอกออกไปอย่างลืมตัว “พินครับ พินเป็นคนบอก”
“พินน่ะรึ พินไปเอาความคิดเหลวไหลแบบนี้มาจากไหนกัน”
“เธอกลัวว่าคุณปู่อาจจะตกเป็นเป้าหมายของคนทั้งสี่ที่ต้องการจะแย่งสมบัติ โดยการลอบทำร้ายคุณปู่ แล้วทำลายพินัยกรรมที่คุณปู่อาจเขียนเอาไว้”
กอบกิจนิ่งเงียบ ครุ่นคิดในคำพูดของไอคิว “แล้วเหมืองทั้งหมดรวมทั้งทรัพย์สมบัติก็จะตกเป็นของคน ๆ นั้นอย่างถูกต้องตามกฏหมายงั้นรึ”
“ครับ เพราะว่าในเงื่อนไขบอกว่าคนที่ชนะจะต้องเปลี่ยนมาใช้นามสกุลแร่กอบกิจ กลายเป็นคนของแร่กอบกิจ และเนื่องจากความบกพร่องรวมทั้งฐานะของผู้ชายในบ้านแร่กอบกิจแล้ว มีเขาเพียงคนเดียวที่สมควรได้รับมรดกทั้งหมดอย่างถูกต้องตามฏหมาย”
“เฮ้อ...ช่างคิดจริง ๆ นะ พินหลานของฉัน” กอบกิจถอนหายใจยาว “แต่ฉันก็ไม่รู้สึกกลัวหรอกนะ เพราะถึงฉันจะตายไปจริง ๆ ยังไงพินัยกรรมของฉันก็ไม่มีทางถูกค้นพบได้อย่าง่าย ๆ หรอก”
แววตาเจ้าเล่ห์ของกอบกิจส่งมาที่ไอคิว ไอคิวรู้ในทันทีในความหมาย
“คุณปู่หมายความว่า ได้ทำปริศนาขึ้นเอาไว้ตามหาพินัยกรรมหรือครับ”
“แน่นอนอยู่แล้ว แรงบันดาลใจก็มาจากลูกชายคนโตที่ทำปริศนาศิลาประดิษฐ์นี่แหละ”
ไอคิวอดยิ้มขำไม่ได้ ครอบครัวนี้คงชอบปริศนาเอามาก ๆ
“เธออยากเห็นปริศนาของฉันมั้ยล่ะ”
“อะไรนะครับ” ไอคิวร้อง นี่เขาต้องมารวมเล่นเกมไขปริศนาอีกอันหรือนี่
“ปริศนาของฉันไง มันอยู่ตรงนั้น” กอบกิจชี้ไปยังตู้โชว์สูง1 เมตรทางด้านซ้าย ตู้นั้นกินพื้นที่ทั้งด้านของห้อง บนหลังตู้มีของรูปร่างประหลาดวางอยู่อย่างมั่นคงรวมกันของโชว์อื่น ๆ
ของชิ้นที่หนึ่งมีลักษณะเป็นทรงกลมสลักด้วยลวดลายมังกร ส่วนบนถูกทำให้เว้าลึกกลวงเข้าไปภายในเป็นช่วงว่างลักษณะทรงกลมเช่นกัน ภายในช่องว่างทรงกลมนั้น มีลูกเหล็กอยู่ข้างใน ด้านฐานของทรงกลมนี้มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมให้สามารถตั้งทรงกลมนี้ได้อย่างไม่โอนเอน
ของชิ้นที่สองถูกทำให้รับกับของชิ้นแรก รูปทรงคล้ายนาฬิกาทราย ด้านหนึ่งเรียบเป็นฐาน อีกด้านหนึ่งโค้งเว้าให้รับกับของชิ้นแรกที่เป็นทรงกลมได้ ภายในตรงกลางของของชิ้นที่สองมีลักษณะคล้ายนาฬิกาทรายนี้ถูกทำเป็นช่องว่างทรงกระบอกและมีลูกแก้วที่กลิ้งขึ้นลงได้เมื่อพลิกมัน


“อะไรน่ะครับ” ไอคิวมองมันอย่างขยาดเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าสองสิ่งนี้จะทำให้ชีวิตเขาปั่นป่วน
“มันคือตราประทับประจำตระกูลน่ะ” กอบกิจหยิบของชิ้นแรกขึ้นมาอย่างยากลำบาก แล้วพลิกมันกลับหัวเอาฐานขึ้น ฐานนั้นถูกทำหน้าที่เป็นฝาครอบอีกชั้น พอเปิดออกก็เห็นตราประทับสัญลักษณ์ของบ้านแร่กอบกิจที่คล้ายกับตราประทับของจีนที่มักจะทำเป็นตัวอักษรดัดให้เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส
ไอคิวตื่นตะลึงเล็กน้อย เมื่อเห็นตราประทับประจำตระกูล เขาเริ่มชอบมันขึ้นมา “ขอถือได้มั้ยครับ”
“ได้สิ ฉันไม่หวงหรอกน่า”
ไอคิวรับมันมาไว้ในอุ้งมือทั้งสอง มองลวยลายของสัญลักษณ์และลวดลายมังกรที่สลักบนทรงกลม แล้วเขาก็รู้สึกพิศวงอีกครั้งเมื่อมือของเขาถูกกับลูกเหล็กทรงกลมที่อยู่ด้านใน
“ลูกเหล็กที่อยู่ข้างในน่ะ มันใหญ่กว่าช่อง เอาออกมาไม่ได้หรอก” กอบกิจบอกอย่างภาคภูมิใจ
“ไม่มีรอต่อเชื่อมเลย อย่างนี้ก็แสดงว่าช่างที่ทำต้องเอาลูกเหล็กใส่เข้าไปก่อนแล้วถึงสร้างทรงกลมเหลกนี้หุ้มอีกทีหรือครับ”
“ถูกต้องแล้วล่ะ เป็นยังไง อัศจรรย์ใช่มั้ยล่ะ แต่ยังมีเรื่องน่าอัศจรรย์กว่านี้อีกนะ เธอลองเอาตราประทับไปวางบนแท่นนั้นสิ”
ไอคิวเริ่มสนุก ทำตามที่กอบกิจบอก เขาพลิกเอาด้านที่เป็นตราประทับลงแล้ววางลงบนส่วนเว้าด้านบนของของชิ้นที่สองอย่างรู้สึกขัด ๆ แต่มันก็ทรงตัวอยู่ได้ เพราะด้านเว้าลักษณะวงกลม กลับด้านเหลี่ยมของฝาครอบตราเข้ารับถ่ายน้ำหนักเท่ากับทุกมุม

ไอคิวทำแบบนี้
“ไม่ใช่อย่างนั้น”
“อ้าว ก็คุณปู่บอกว่าให้เอาตราประทับลงไม่ใช่เหรอครับ”
“ฉันหมายถึงให้เอาด้านบนกลับหัวลง มันจะเข้าพอดีกับส่วนเว้าของแท่น”

ไอคิวมองของ 2 ชิ้นสลับไปมา จริงด้วยสินะ ทำไมเขาถึงคิดไม่ถึง เขายกตราประทับขึ้นแล้วกลับให้มันอยู่ด้านบนแล้ววางลงบนแท่นอีกครั้ง คราวนี้เขาร้องขึ้นมาอย่างตกใจ
“เหวอ...นี่มัน มันเปล่งแสงได้ด้วยหรือครับ”
“ฮ่า ๆ ๆ” กอบกิจหัวเราะชอบใจ “ไม่ใช่เวทมนต์หรืออะไรหรอก เป็นแค่กลไกน่ะ แสงนั่นก็มาจากหลอดไฟที่ฝังอยู่ข้างในตราประทับ”
มีเสียงวิ่งตึงตังดังมาจากด้านนอกห้อง ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ
“เกิดอะไรขึ้นหรือคะนายท่าน” ผู้ที่เปิดประตูโผล่หน้าเข้ามาคือคนรับใช้หญิงคนเดิมที่ไอคิวเคยพบที่ห้องครัว
“โอ้ ลืมไปเลย ขอโทษที ไม่มีอะไรหรอก ฉันแค่โชว์ให้คุณไอคิวเค้าดูน่ะ”
“ตกอกตกใจหมดเลยค่ะ นึกว่าแขกแอบเข้ามาเล่นในห้องนี้ แล้วมายุ่งกับตราประทับ”
“ขอโทษ ๆ ไม่มีอะไรแล้วล่ะ ไปเถอะ”
“ค่ะ” คนรับใช้หญิงค้อมศีรษะเล็กน้อย มองไอคิวครั้งหนึ่งก่อนเดินออกไป
“ลืมไปเลยน่ะว่ามันมีกลไลสัญญาณร้องเตือนด้วย ถ้าหากมันเปล่งแสงออกมา”
“รักษาความปลอกภัยดีจังเลยนะครับ”
“ไม่หรอก ถ้าคิดจะขโมยก็ขโมยไปได้ ก็แค่อย่าให้มันเปล่งแสงเท่านั้นเอง แต่ถึงยังก็ขโมยไม่ได้หรอก กุญแจห้องนี้อยู่ที่ฉันกับคนรับใช้หญิงเท่านั้น นอกจากนั้นก็ยังมีกล้องวงจรปิดที่ฉันอุตส่าห์ยอมเสียเงินซื้อมันมาติดเอาไว้ตรงทางเดินด้านนอก”
“ฮะ ๆ อย่างนี้ก็ไม่มีทางรอดพ้นสายตาไปได้เลย” ไอคิวหัวเราะให้กับความเฉลียวฉลาดของกอบกิจ “ว่าแต่กลไกที่ว่าทำให้มันแปลงแสงแล้วมีสัญญาณเตือนน่ะ เป็นยังไงหรือครับ”
กอบกิจทำสายตาเจ้าเล่ห์อีกครั้ง “ถึงฉันไม่บอก เธอก็คงรู้น่า ฉันเชื่อว่าคงไม่เกินความสามารถของเธอหรอก เธอคิดเอาเองละกันนะ คิดได้แล้วก็มาตอบฉันด้วย”
ความขี้เล่นของกอบกิจบวกกับความอยากรู้อยากเห็นตามประสาเด็ก ๆ ของไอคิวทำให้การดูแลกอบกิจง่ายยิ่งขึ้น
ไอคิวสามารถใช้เวลาอยู่กับกอบกิจ คอยเฝ้าดูอย่างไม่ให้คลาดสายตาได้อย่างไม่มีพิรุธ อาจจะไม่เรียกว่าเฝ้าดูด้วยซ้ำ เพราะกอบกิจเป็นฝ่ายยินดีที่จะพูดคุยอยู่กับไอคิว
กอบกิจล็อคประตูห้องทำงานของเขาแล้วเดินกลับเข้ามาในห้องนั่งเล่นมองไปยังภาพเขียนที่ติดอยู่บนฝาผนัง
“ทำยังไงฉันก็คิดไม่ออก ไอคิว เธอใบ้ให้ฉันหน่อยสิ ว่ารูปนี้มันจะโยงไปหาเหมืองใหม่ได้ยังไง”
“อ๋อ...” ไอคิวนึกสนุก “ผมไม่บอกหรอกครับ”
“อะไรนะ”
“ก็ทีคุณปู่ยังไม่บอกเรื่องกลไกของตราประทับเลย ผมก็ขอเก็บเรื่องที่ผมรู้เอาไว้เป็นความลับบ้าง เอาไว้คุณปู่ทราบเมื่อไหร่ก็มาถามผมอีกทีละกันนะครับ”
กอบกิจหัวเราะร่วน “ได้สิ..ได้เลย ฉันจะต้องไขปริศนาของลูกชายฉันให้ได้ด้วยตัวฉันเอง”
“มันไม่เกี่ยวกับรู้นี้ไม่ใช่หรือครับ” เสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นมา เป็นเสียงกอบกิจคุ้นเคยเป็นอย่างดี
“อ้าว...ทำไมถึงรู้ล่ะ” กอบกิจันไปทางเสียงนั้น “ไหนลองบอกมาซิ”
“ตอนที่ประชุมกัน ผมแอบมองข้อความในศิลานั้นแล้ว แล้วก็ลองเอาไปคิดเล่น ๆ ดู แต่มันก็ไม่เห็นจะเกี่ยวกับรูปนี้ตรงไหน รูปนี้แค่บังเอิญภาพไปตรงกับข้อความแค่นั้นละมั้งครับ”
“หืม...เธอมั่นใจขนาดนั้นเลยเหรอ เธฮล่ะว่าไง” กอบกิจหันมาทางไอคิว
“ผมว่าให้เค้าพูดดีกว่าครับ เพราะผมบอกแล้วว่าจะยังไม่บอก”
กอบกิจขบกรามเบา ๆ “จริง ๆ เลย..เอ้า ไหนเธอลองว่ามาสิถ้ามันไม่เกี่ยวกับรูป ๆ นี้แล้ว มันจะเกี่ยวกับอะไร”
“สถานที่นะครับ หมู่บ้านของเรามีที่อย่างที่ในปริศนาบอกเอาไว้แป๊ะเลยนะครับ”
กอบกิจตาโตขึ้นทันที คำพูดนั้นจุดประกายให้เขาคิดออก เขาหันไปหาไอคิวเป็นเชิงถาม
“ครับ ก็อย่างที่เค้าบอกล่ะ มันเกี่ยวกับสถานที่ แต่ผมเองก็ยังไม่แน่ใจเพราะยังไม่เคยได้ออกไปดูด้วยตา แต่ถ้ามีคนพูดว่าใช่ถึงขนาดนี้ มันก็น่าจะใช่แหละครับ จริงมั้ย” เขาหันไปทางประตู
“จริงครับ คุณปู่เชื่อภัทรเถอะ” ภัทรนรินพูดอย่างหนักแน่น “ผมว่าผมรู้แล้วล่ะครับว่าที่ไหน”
กอบกิจนิ่งงัน แต่ในใจเริงร่าอย่างบอกไม่ถูก...
edit @ 2006/10/23 23:02:33
edit @ 2007/03/28 22:42:21
GBD : Mine Murder : L9
posted on 17 Oct 2006 21:34 by gbdetective in GBDตอนที่ 9
เวลาล่วงเลยมาจนถึงบ่ายสามโมง ฝนที่ตกหนักมาตลอดจึงค่อย ๆ ซาลงพร้อมกับท้องฟ้าสีสดใสที่ไอคิวไม่เคยได้เห็นมาก่อน น้ำฝนได้ชะล้างคราบสกปรกและช่วยเติมสีเขียวของใบไม้ให้ดูเขียวสดยิ่งขึ้น ห้องนอนของเขาอยู่ด้านหลังของตัวบ้าน ซึ่งมองเห็นสวนหลังบ้านได้ชัดเจน และมองเห็นประตูที่ถูกปิดตายหลังบ้านได้ชัดเจนเช่นกัน
สายตาที่เหม่อลอยมองธรรมชาติหลังฝนตกที่สดสวยอย่างไม่รู้เบื่ออยู่นั้น สะดุดเข้ากับชายคนหนึ่งที่ก้าวเข้ามาในสวนหลังบ้าน
คน ๆ นี้ ชื่ออะไรนะ ไอคิวพยายามนึก ตอนอยู่ในห้องประชุมและตอนรับประทานอาหาร
เขาผู้นั้นพยายามไขกุญแจที่มีสนิทเขรอะด้วยอะไรบางอย่าง ไอคิวเดาว่าคงเป็นคลิปหนีบกระดาษหรือเส้นลวดแข็ง ๆ ที่สามารถจะเกี่ยวกลไกข้างในของแม่กุญแจให้ปลดออก
ฝนที่ยังคงลงเม็ดปรอย ๆ ทำให้ศีรษะและเสื้อด้านหลังของเริ่มเปียก เขาสบถออกมาพร้อมท่าทางหงุดหงิดที่ไขกุญแจไม่ออก วางศิลาประดิษฐ์ที่นำติดตัวมาด้วยลงกับพื้นชั่วคราวแล้วตั้งต้นไขใหม่อีกครั้ง ไม่นานนักเขาก็ไขกุญแจได้สมใจ
เมื่อประตูที่คิดว่าถูกปิดตายเปิดออก ไอคิวก็นึกชื่อของเขาได้
..คุณพินัยนี่เอง คุณพินัยที่พินนราบอกว่าเป็นเจ้าของเหมืองแร่ที่จังหวัดกาญจนบุรี
พินัยก้มลงหยิบศิลาประดิษฐ์มาไว้ในมือ เหลียวมองรอบข้างตัวเองอย่างมีพิรุธก่อนที่จะปิดประตูและหายลับตาไอคิวไป เขาคงเดินเลียบกำแพงหนาครึ่งเมตรของบ้านแร่กอบกิจเพื่อออกไปสู่ด้านหน้าของตัวบ้าน
ไอคิวนึกขำสิ่งที่เขาเห็น พินัยคงอยากที่จะชนะมากจนถึงกับต้องตั้งตารอให้ฝนหยุดตกเพื่อออกไปหาข้อมูล
...อีกคนหรือเนี่ย เขาเพ่งมองเบื้องล่างอีกครั้ง
ไม่ทันที่พินัยออกไปเกิน 5 นาที มีอีกคนหนึ่งเดินมาทางด้านหลังบ้านและตรงไปยังประตูไม้
ใครกัน
ไอคิวเห็นแค่เพียงร่มไม้คันหนึ่งเคลื่อนไปที่ประตูไม้ ลดต่ำลงพื้นเพื่อเก็บแม่กุญแจที่ทิ้งไว้ และเปิดประตูหายออกไปอีกเช่นกัน
ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ไอคิวจึงรีบวิ่งออกจากห้อง ลงมาชั้นล่าง และแสร้งทำเป็นเดินอย่างไม่รีบร้อนลัดห้องครัว ห้องคนรับใช้ไปทางด้านหลังบ้าน
จะไปไหนหรือคะ หญิงคนรับใช้คนเดิมที่เคยเปิดประตูให้ร้องทักขึ้นด้านหลัง หญิงรับใช้คนนี้อาวุโสที่สุดและเป็นหัวหน้าคนรับใช้
ไอคิวหยุดชะงักแล้วหันมาด้วยท่าทางกระวนกระวาย เอ่อ ผมจะออกไปตามคน ๆ นึงนะครับ
ใครออกไปหรือคะ ไปไม่ได้นะ ไปไม่ได้เด็ดขาด
เอ๋..ทำไมล่ะครับ
ไม่รู้ว่าฝนจะตกอีกเมื่อไหร่นะคะ อันตรายมากนะคะ
เรื่องฟ้าผ่านั่นเอง หญิงรับใช้คนนี้คงเป็นห่วงเรื่องนี้
..งั้นหรือครับ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เป็นไรครับ ไม่ออกไปก็ได้ครับ
ใครหรือคะ ที่คุณบอกว่าออกไป
อ๋อ..คุณธานีน่ะครับ ไอคิวเลือกที่จะบอกเพียงคนเดียว ไม่บอกคนที่เขาเองก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร
ตายแล้ว หญิงรับใช้ร้องอุทานด้วยความตกใจ ออกไปเมื่อไหร่คะ
เมื่อครู่นี้น่ะครับ
ออกไปทางหลังบ้านหรือคะ เป็นไปไม่ได้นี่คะ ก็ประตูด้านหลังนั้น
อ๋อ..เปล่าหรอกครับ เขาออกไปด้านหน้าครับ ไอคิวพูดปด แล้วก็สะดุดกับคำพูดของตัวเอง จึงแก้ออกไปทันที พอดี เงินผมหล่นมาแถวหลังบ้านน่ะครับ เลยรีบวิ่งมาเก็บกลัวมันจะเปียกก่อนแล้วค่อยออกไปข้างหน้า
งั้นหรือคะ ถ้าอย่างนั้นดิฉันจะช่วยหา
โอ๊ะ..ไม่เป็นไรครับ มันไม่ไปไหนหรอก ผมมองจากข้างบนแล้ว มันแค่ตกลงมาไม่ได้ปลิวไปไหน
หญิงรับใช้เดินไปหยิบร่มไม้หนึ่งในหลายคันที่เก็บอยู่ในกระบอกไม้ไผ่ที่เรียงชิดกันทำเป็นที่เสียบร่มได้หลายคัน เอานี่ไปค่ะ
ครับ ขอบคุณครับ ไอคิวคว้าร่มแล้วรีบวิ่งพ้นประตูหลังบ้านที่ติดกับห้องคนรับใช้ออกไปยังสนามหญ้าหลังบ้าน กางร่มออก แกล้งทำเป็นหยิบเงินที่ตกอยู่แล้วรีบวิ่งกลับเข้ามา
เจอมั้ยคะ
เจอครับ เขาหุบร่ม
งั้นก็ดีแล้วค่ะ ดิฉันขอตัวก่อน หญิงรับใช้เดินเข้ากลับไปในห้องครัว
ไอคิวเดินตามเข้าไป ขอถามอะไรอย่างหนึ่งได้มั้ยครับ...ไม่ทราบว่า คนรับใช้ที่นี่ทุกคน เปิดคนหมู่บ้านนี้หมดเลยหรือเปล่าครับ
อ๋อ ค่ะ คุณท่านใจดีมากค่ะ เลี้ยงดูเราเหมือนลูกเหมือนหลาน
เอ่อ..อย่าหาว่าผมเสียมารยาทนะครับ
คะ.. คนรับใช้หญิงทำเสียงสูงเป็นเชิงถาม
ที่บอกว่าคุณกอบกิจเลี้ยงดู หมายความว่า คนรับใช้หญิงที่นี่ทุกคนเป็นม่ายใช่มั้ยครับ
หญิงรับใช้ชะงักและแสดงออกมาอย่างโจ่งแจ้ง ใช่ค่ะ ทำไมคุณถึงรู้
ผมเดาเอาน่ะครับ ก็ผมเห็นว่าคุณและก็หญิงรับใช้ทุกคนจะกลัวฝนฟ้ากัน ก็เดาเอาว่าสามีคงเสียชีวิตเพราะโดนฟ้าผ่า
หญิงรับใช้รู้สึกชาไปทั่วร่าง ใช่ค่ะ สามีของดิฉันเคยทำเหมืองแร่กับนายท่านแล้วก็ตายเพราะฟ้าผ่า ท่านและสงสารดิฉันที่อยู่ตัวคนเดียวไม่มีลูก ก็เลยรับมาเป็นคนใช้ให้ได้อยู่กินสบาย
เอ่อ..คุณเป็นหมันหรือครับ
หญิงรับใช้ทำตาโต ทำไมคุณถึงเดาอะไรได้แม่นยำไปหมด แต่ไม่ใช่ดิฉันหรอกค่ะที่เป็นหมัน สามีดิฉันเป็นหมันค่ะ
อ๋อ ก็เห็นคุณอายุราวสี่สิบกว่าปีแล้วก็ยังบอกว่าไม่มีลูก ก็เลยลองถามดูเล่น ๆ น่ะครับ ไม่คิดว่ามันจะเป็นจริง ขอโทษนะครับที่เสียมารยาท
หญิงรับใช้ยิ้มอย่างไม่ถือสา ไม่เป็นไรหรอกค่ะ
ไม่มีอะไรแล้วล่ะครับ ผมไปก่อนนะครับ ไอคิวลาคนรับใช้แล้วเดินกึ่งวิ่งมาที่ด้านหน้ารีบขึ้นบันไดมาชั้นบน เปิดประตูเข้าไปในห้องตัวเอง เขารีบไปที่หน้าต่างแล้วมองลงมายังสวนหลังบ้าน
ชักรู้สึกไม่ดีแล้วสิ เหมือนมีลางสังหรณ์อะไรบางอย่าง เขาพูดกับตัวเอง
ไอคิวตัดสินใจลงมาชั้นล่างอีกครั้ง คราวนี้เขาตรงไปที่ห้องนั่งเล่นที่กอบกิจมักจะอยู่ประจำ
กอบกิจกำลังอ่านหนังสืออย่างสบายอารมณ์ ไม่รู้ตัวเลยว่าอาจจะเกิดเรื่องร้ายกับตัวเอง เขาเหลือบมองเห็นไอคิวที่กำลังเดินเข้า อ้าวว่าไง ไอคิวใช่มั้ย ชื่อเธอ
ครับ ผมไอคิวครับ
มีอะไรงั้นรึ หรือว่าจะมาช่วยฉันไขปริศนาศิลาประดิษฐ์นั้นอีก กอบกิจยิ้มเหมือนเด็กดีใจที่มีคนตามใจตัวเอง
ไอคิวยิ้มเจื่อน ๆ จะบอกว่ามาคอยเฝ้าดูเพราะกลัวกอบกิจโดนทำร้ายก็คงไม่ได้ แต่เมื่อกอบกิจเอ่ยถึงศิลาประดิษฐ์ เขาจึงนึกขึ้นได้ว่าควรจะถามอะไร ศิลาประดิษฐ์มีกี่อันหรือครับ
ฮ่า ๆๆ อยากช่วยฉันจริง ๆ ล่ะสิ มีอยู่ทั้งหมดเก้าอันได้มั้ง ถ้าฉันจำไม่ผิดนะ ทำไมหรือ จะเอาอันนึงหรือเดี๋ยวฉันไปเอามาให้
อ๋อ...ไม่เป็นไรครับ เอาไว้ที่หลังก็ได้ ไอคิวเห็นกอบกิจที่นั่งกึ่งนอนอยู่กับเก้าอี้อย่าสบายยากที่จะลุก
น่า ๆ กอบกิจพยายามลุกขึ้น ไอคิวรีบเข้าไปช่วยพยุง เกรงใจอะไรกัน ฉันเองมากกว่าที่ต้องเป็นฝ่ายเกรงใจเธอ เอ้า ตามมาสิ ฉันเก็บเอาไว้ในห้องทำงานของฉัน
ไอคิวเดินตามเขา ออกจากห้องนั่งเล่น ผ่านโถงกว้างที่มีบันไดกว้างใหญ่แยกเป็นสองทางซ้ายและขวาจากข้างบนและมาบรรจบกันที่ชั้นหนึ่ง ผ่านห้องรับแขกซึ่งอยู่ทางซีกขวา ห้องสมุด ลิฟท์ที่ทำขึ้นเพื่อพานนรัต จนมาถึงห้องทำงานของเขา
กอบกิจล้วงกุญแจออกมาจากกระเป๋ากางเกงขาก๊วยที่เขาชอบใส่ แล้วไขเปิดประตูเข้าไป
ห้องทำงานของกอบกิจกว้างเท่าห้องนั่งเล่นที่เขาชอบอยู่ โต๊ะทำงานตั้งอยู่ด้านหนึ่งของห้อง เมื่อเปิดประตูเข้าไปโต๊ะทำงานจะอยู่ทางซ้ายมือ ด้านหลังโต๊ะทำงานมีรูปภาพสีน้ำมันเป็นทิวทัศน์ของภูเขาลวยลายแบบจีนอยู่ในกรอบใบใหญ่ ทั้งสองข้างของกรอบรูปเป็นตู้โชว์ไม้สักมีกระจกเก้าช่องอยู่ด้านหน้า ข้างในเป็นหยกที่แกะสลักเป็นรูปม้า และของมีค่าอื่น ๆ อีก
กอบกิจไปที่โต๊ะทำงานแล้วดึงลิ้นชักหยิบเอาศิลาประดิษฐ์มาหนึ่งอัน เขายื่นให้ไอคิวที่ยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่ติดประตูห้อง
ไอคิวเดินเข้าไปหยิบศิลาประดิษฐ์จากมือเขา แต่สายตาของไอคิวสนใจห้องนี้มากกว่า
ถ้าเธอไขปริศนาได้ หลานสาวฉันจะได้ไม่ต้องแต่งงานกับเจ้าพวกนั้น
ไอคิวมองกอบกิจ จริงอย่างที่คิด เขาไม่ได้ต้องการให้พินนราแต่งงาน แต่ก็ต้องทำเพื่อตระกูลแร่กอบกิจ
เธอเองก็คงรู้จุดประสงค์ของฉันสินะ กอบกิจมองเขาอย่างเชื่อมั่น
ครับ.. ไอคิวตอบเสียงเบา
กอบกิจค่อย ๆ นั่งลงบนเก้าอี้หลังโต๊ะทำงาน ไอคิวยืนอยู่ด้านหน้า
เหมืองของฉันกำลังจะแย่ ฉันต้องหาเหมืองใหม่ให้เร็วที่สุด ถึงตอนนั้นก็ต้องมีผู้มาบริหารแทนฉัน คนที่ชื่อพินัยคนนั้น ฉันอยากให้เขาไขปริศนานี้ออกนะ เพราะเขาคือทายาทของเจ้าของกิจการเหมืองแร่ในจังหวัดกาญจนบุรี เขาจะช่วยให้เหมืองของเราฟื้นฟูขึ้นมาได้
แม้จะต้องยอมเสี่ยงหรือครับ
ใช่...แม้จะรู้ว่าถ้าพินัยคิดไม่ซื่อ หวังจะฮุบเหมืองแร่ไปเป็นของตัวเอง ฉันก็ต้องยอมเสี่ยงดู ทำยังไงล่ะ ก็ในเมื่อผู้ชายในตระกูลใช้ไม่ได้สักคน
ใช้ไม่ได้..หมายความว่าไงหรือครับ
เธอไม่เห็นหรอกรึ ลูกชายคนโตของฉันตาย ลูกชายคนรองก็พิการเสียขาไปข้างหนึ่ง ลูกสาวคนสามก็เป็นม่าย ลูกสาวคนสุดท้องก็หย่าจากสามีไปแล้ว ลูกเมียน้อยอีกคนก็จ้องแต่ผลาญสมบัติ ความหวังเดียวของฉันคือพานพี่ชายของพิน แต่ก็ต้องมากลายเป็นคนพิการอัมพาตครึ่งตัวเหมือนพ่ออีก เพราะฉะนั้นฉันมองเห็นทางเดียวคือพินนรา ต้องให้พินนราแต่งงานกับใครสักคน ใครที่สามารถฟื้นฟูกิจการเหมืองแร่ของฉันได้
ไอคิวนิ่งเงียบมองศิลาในมือ เขาควรจะพูดดีไหม หรือว่าเก็บไว้เป็นความระแวงแค่เขากับพินนราก็พอ
อะไร...เธออยากจะพูดอะไรงั้นหรือ กอบกิจมองเห็นแววกังวลของไอคิวได้ชัดเจน
เปล่าครับ...เปล่า
พูดมาเถอะ ฉันรับได้
ไอคิวมองกอบกิจ รวบรวมความกล้าที่จะเอ่ย คุณปู่ยอมทุกอย่างเลยหรือครับ ยอมแม้แต่...
แม้แต่พินจะต้องตกไปเป็นเครื่องมือของการหาเหมืองใหม่ครั้งนี้น่ะหรือ
ไม่ใช่ครับ
งั้นอะไร..
แม้แต่คุณปู่จะต้องตายงั้นหรือครับ
กอบกิจตาเบิกโพลงจ้องมองไอคิว...